วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ญี่ปุ่นผ่านงบใหม่หนุนเศรษฐกิจ

ญี่ปุ่นอนุมัติงบใช้จ่าย มูลค่า 53,800 ล้านดอลลาร์ หวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ เชื่อมั่นไม่ก่อหนี้ใหม่

ญี่ปุ่นอนุมัติงบใช้จ่ายมูลค่า 53,800 ล้านดอลลาร์ ในความพยายามที่จะชดเชยกับการขึ้นภาษี ที่จะมีผลบังคับใช้ในปีหน้า ที่เหล่านักวิเคราะห์กังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าว ประกอบไปด้วยการใช้จ่ายด้านโยธาเป็นส่วนใหญ่ เช่น โครงการก่อสร้างเพื่อเตรียมให้กรุงโตเกียวพร้อมเป็นเจ้าภาพในมหกรรมกีฬา "โอลิมปิก 2020" การฟื้นฟูชุมชนชายฝั่งที่เสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิ เมื่อปี 2554 การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงระหว่างปี 2503 - 2522 ซึ่งยังไม่เคยได้รับการบูรณะมาก่อน รวมทั้งมาตรการจูงใจด้านการลงทุนและด้านภาษีให้กับภาคธุรกิจ การจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้มีรายได้น้อย และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ

นายทาโร่ อาโซะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นกล่าวว่า รัฐบาลเตรียมเสนอร่างกฎหมายงบประมาณที่รวมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าว ซึ่งไม่มีการก่อหนี้ใหม่ ในสัปดาห์หน้า โดยระบุว่า การใช้จ่ายเงินจำนวนมหาศาลนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของญี่ปุ่นให้เติบโตในปีหน้า

ความเคลื่อนไหวของทางการกรุงโตเกียวครั้งนี้มีขึ้นจากความกังวลว่า การปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 5% เป็น 8% ที่จะเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนปีหน้า จะส่งผลให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจภายใต้การกำหนดนโยบายของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ต้องหยุดชะงักลง

ขณะที่ มาตรการเศรษฐกิจที่นายอาเบะนำมาดำเนินการ ด้วยการให้รัฐบาลขับเคลื่อนผ่านการใช้จ่ายเงินและธนาคารกลางผ่อนคลายนโยบายการเงิน ได้รับเสียงชื่นชมว่าสามารถทำให้ค่าเงินเยนอ่อนค่า จนเป็นผลให้ยอดส่งออกขยายตัวและเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้เติบโตสูงที่สุดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ "จี7"

นอกจากนี้ นายอาเบะยังมีแผนการปฏิรูประบบเศรษฐกิจของญี่ปุ่นครั้งใหญ่ อาทิ การปรับปรุงคุณภาพของตลาดแรงงานและการลงนามข้อตกลงการค้าเสรีต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาส 3 เริ่มชะลอตัวลง ซึ่งนักวิเคราะห์เตือนว่า ภาระหนี้สาธารณะที่ชาติมหาอำนาจของโลกจากเอเชียรายนี้ต้องเผชิญอยู่ มีมูลค่ามากกว่า 2 เท่าของขนาดเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเป็นปริมาณหนี้ที่สูงที่สุดในบรรดาชาติอุตสาหกรรมชั้นนำ โดยองค์การระหว่างประเทศหลายแห่ง อาทิ กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ เคยแถลงให้ผู้บริหารแดนอาทิตย์อุทัยพยายามดำเนินการปรับลดยอดหนี้ดังกล่าวลง