องค์กรเพื่อความโปร่งใสระหว่างประเทศ เตือนในรายงานประจำปี ว่าการคอร์รัปชันในประเทศต่าง ๆ กว่าสองในสามของโลก จะขัดขวางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
องค์กรเพื่อความโปร่งใสระหว่างประเทศหรือทีไอ ระบุว่า ผลการสำรวจดัชนีวัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันประจำปีใน 177 ประเทศ ปรากฎว่า 69% มีคะแนนต่ำกว่า 50 คะแนน ซึ่งหมายถึงมีการคอร์รัปชันในระดับสูง
นายฮูเกต์ ลาเบลล์ หัวหน้าทีไอ กล่าวว่า ดัชนีดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ทุกประเทศยังคงเผชิญหน้ากับภัยคุกคามของคอร์รัปชันในทุกระดับของรัฐบาล ตั้งแต่การออกใบอนุญาตท้องถิ่นไปจนถึงการบังคับใช้กฎหมายและข้อบังคับ
ในการจัดอันดับปีนี้ ปรากฎว่าอัฟกานิสถาน เกาหลีเหนือ และโซมาเลีย อยู่ในอันดับรั้งท้ายอีกครั้งด้วยคะแนน 8 จากคะแนนเต็ม 100
ซีเรีย ซึ่งมีปัญหาสงครามกลางเมืองมาสามปี มีอันดับร่วงลงมากเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ ไปอยู่ตำแหน่งเดียวประเทศอย่างแกมเบีย กินี-บิสเซา ลิเบีย มาลี ไอซ์แลนด์ และกัวเตมาลา ด้วยคะแนน 17 เต็ม 100
ขณะที่เดนมาร์กและนิวซีแลนด์ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการคอร์รัปชันน้อยที่สุดในโลก ด้วยคะแนน 91 เต็ม 100 รองลงมาคือฟินแลนด์และสวีเดนครองอันดับสอง ด้วยคะแนน 89
นายลาเบลล์ เตือนว่า แม้แต่ประเทศที่มีประวัติการคอร์รัปชันน้อย ก็ต้องเผชิญกับปัญหาในเรื่องของการละเมิดอำนาจในภาคราชการ อาทิ การครอบงำของภาครัฐ การใช้เงินในการรณรงค์หาเสียง และการดูแลสัญญาใหญ่ๆ ภาครัฐ ซึ่งเหล่านี้ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดการคอร์รัปชัน
รายงานระบุด้วยว่า ความพยายามในอนาคตเพื่อรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ วิกฤติเศรษฐกิจ และความยากจนสุดขั้ว จะต้องเผชิญกับอุปสรรคขนาดใหญ่ ในรูปของการคอร์รัปชัน
สำหรับประเทศที่เป็นศูนย์กลางวิกฤติหนี้ยูโรโซนนั้นมีทั้งดีขึ้นและแย่ลง อย่างสเปนกับสโลวีเนีย ซึ่งมีปัญหาในภาคธนาคาร ติดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีผลงานแย่ในปีนี้
อย่างไรก็ตาม กรีซกลับผงาดขึ้นเป็นหนึ่งในประเทศที่การคอร์รัปชันลดระดับลงอย่างมีนัยสำคัญ โดนเลื่อนขึ้น 14 อันดับมาอยู่ที่อันดับ 80 ในปีนี้ พัฒนาการเกิดขึ้นท่ามกลางความหวังว่าเศรษฐกิจกรีซอาจพ้นสภาวะวิกฤติภายในเร็วๆ นี้ หลังจากดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดมาอย่างยาวนานเพื่อแก้ไขปัญหาการเงิน
อิตาลีเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีอันดับดีขึ้นจากอันดับ 72 ในปีที่แล้ว มาอยู่อันดับ 69 ในปีนี้
ทีไอเรียกร้องให้กลุ่มความร่วมมือระหว่างประเทศ อย่างกลุ่มจี 20 ปราบปรามการฟอกเงิน เพิ่มความโปร่งใสในภาคธุรกิจ และติดตามสินทรัพย์ที่ถูกขโมยไปกลับคืนมา นายลาเบลล์สรุปว่า ถึงเวลาของการเอาจริงกับผู้มีพฤติกรรมมิชอบ เพราะช่องโหว่ทางกฎหมายและการขาดเจตนารมณ์ทางการเมืองของภาครัฐ ทำให้การคอร์รัปชันทั้งภายในประเทศและข้ามประเทศ ดำเนินไปอย่างสะดวกขึ้น





