อิหร่านเชิญทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศเข้าตรวจสอบเตาปฏิกรณ์น้ำมวลหนัก ณ โรงงานอะรัก เป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนส.ค.2554
ผู้อำนวยการไอเออีเอ "นายยูยิกะ อะมาโน" ยืนยันว่า ไอเออีเอได้รับเชิญจากอิหร่าน ให้เดินทางไปยังโรงงานผลิตน้ำมวลหนักในอะรักวันที่ 8 ธันวาคมนี้
เตาปฏิกรณ์น้ำมวลหนักที่กำลังสร้างอยู่ ณ โรงงานอะรักเป็นความกังวลของนานาชาติ เนื่องจากในทางทฤษฎีอิหร่านอาจสกัดพลูโตเนียมสมรรถนะระดับที่สร้างอาวุธได้
ตามข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ที่อิหร่านบรรลุร่วมกับชาติมหาอำนาจประกอบด้วยสหรัฐ รัสเซีย จีน อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อิหร่านยอมรับจะไม่ติดตั้งเตาปฏิกรณ์ หรือเคลื่อนย้ายพลังงานหรือน้ำมวลหนักไปยังโรงปฏิกรณ์เป็นเวลาหกเดือน รวมทั้งจะไม่ทดสอบพลังงานเพิ่มเติม ผลิตพลังงานเพิ่มขึ้น หรือติดตั้งส่วนประกอบที่เหลือ
นายอะมาโนกล่าวด้วยว่า การทำงานเพื่อพิสูจน์ว่าอิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์ชุดใหม่ที่เพิ่งเห็นชอบร่วมกับมหาอำนาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร รวมทั้งการจัดหาเงินทุน คณะทำงาน และการวิเคราะห์
ข้อมูลจากโฆษกหกชาติมหาอำนาจหรือกลุ่มพีห้าบวกหนึ่งและหัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศสหภาพยุโรป หรืออียู "นางแคทเธอรีน แอชตัน" ระบุว่า ระยะเวลาหกเดือนยังไม่เริ่มต้นขึ้น ส่วนวันเริ่มต้นนั้นจะต้องเจรจากันใน "การหารือเชิงเทคนิค" ที่จะมาถึง ซึ่งไอเออีเอจะร่วมเจรจาด้วย
การหยุดหกเดือนหมายความว่า ความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ดำเนินไปยากขึ้น อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาของการสร้างความเชื่อมั่นขณะที่อิหร่านและกลุ่มพีห้าบวกหนึ่งหารือกันในรายละเอียดของข้อตกลงระยะยาว
ไอเออีเอเคยเข้าชมโรงปฏิกรณ์ที่อะรักแล้ว แต่ไม่ได้รับรายละเอียดข้อมูลการออกแบบที่่ปรับปรุงแล้วตั้งแต่ปี 2549 และไม่เคยเข้าชมโรงผลิตน้ำมวลหนักตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2554
คำเชิญของอิหร่านต่อไอเออีเอเป็นไปตามแถลงการณ์ร่วมในกรอบความร่วมมือที่ลงนามโดยอิหร่านและนายอะมาโน ณ กรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน มีเป้าหมายให้อิหร่านเตรียมข้อมูลเรื่องโครงการนิวเคลียร์ที่โปร่งใสกว่าเดิม





