อิหร่านกับชาติตะวันตกเริ่มปรากฏสัญญาณแรกทอดไมตรีระหว่างกันกับหกชาติมหาอำนาจ บรรลุข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ควบคุมโครงการนิวเคลียร์
อิหร่านกับสหรัฐ ฝรั่งเศส เยอรมนี อังกฤษ จีน และรัสเซีย บรรลุข้อตกลงที่มีวัตถุประสงค์เพื่อยุติการเผชิญหน้าที่เป็นอันตราย หลังเจรจากันในนครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ อย่างยาวนานถึงสี่วัน
การยับยั้งโครงการนิวเคลียร์ที่อ่อนไหวที่สุดของอิหร่าน ถูกออกแบบมาในรูปของชุดมาตรการสร้างความมั่นใจเพื่อบรรเทาความตึงเครียดและการเผชิญหน้ากันหลายสิบปี
รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ "นายจอห์น แคร์รี" แถลงว่า ข้อตกลงควบคุมโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านประกอบด้วย อิหร่านต้องระงับการก่อสร้างเตาปฏิกรณ์ "อะรัก" ที่ชาติตะวันตกสงสัยอย่างยิ่งว่าอาจเป็นแหล่งพัฒนาระเบิดนิวเคลียร์ อิหร่านต้องทำแร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะแล้วให้เป็นกลางมีความเข้มข้น 20% ซึ่งห่างไกลจากระดับที่สามารถนำไปพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และต้องให้คณะตรวจสอบนิวเคลียร์ของสหประชาชาติหรือยูเอ็นเข้าไปตรวจสอบ
สิ่งที่อิหร่านจะได้รับจากการระงับโครงการนิวเคลียร์คือ มหาอำนาจจะผ่อนคลายการคว่ำบาตรเป็นการชั่วคราว คิดเป็นมูลค่าประมาณ 7,000 ล้านดอลลาร์ อีกทั้งยังจะไม่คว่ำบาตรครั้งใหม่เป็นเวลา 6 เดือนหากอิหร่านทำตามข้อตกลง นอกจากนั้น ยังจะระงับการคว่ำบาตรวัตถุมีค่า ทองคำ ภาคยานนต์ และการส่งออกปิโตรเคมีของอิหร่น ซึ่งอาจทำให้อิหร่านมีรายได้ 1,500 ล้านดอลลาร์
หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป "นางแคทเธอรีน แอชตัน" ผู้ประสานการเจรจากับอิหร่านในนามของหกชาติมหาอำนาจ กล่าวว่า ข้อตกลงนี้ทำให้มีเวลาและช่องว่างสำหรับการเจรจาเพิ่มเติม เพื่อหาทางออกแบบครอบคลุมในที่สุด
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน "นายโมฮัมหมัด จาวาด ซารีฟ" แถลงถึงข้อตกลงกับหกชาติมหาอำนาจว่า นี่เป็นเพียงก้าวแรก และทุกฝ่ายต้องเริ่มต้นเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ฟื้นฟูความเชื่อมั่น ซึ่งสวนทางกับในอดีต
ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐ กล่าวว่า หากอิหร่านไม่ทำตามพันธะกรณีภายในระยะเวลาหกเดือน สหรัฐจะยุติการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร และจะเดินหน้ากดดันอิหร่าน ส่วนเลขาธิการสหประชาชาติ "นายบัน คีมูน" ยินดีเป็นอย่างยิ่งต่อข้อตกลงชั่วคราว และเรียกร้องให้ทุกรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง ทำทุกอย่างที่เป็นไปได้ เพื่อสร้างกำลังใจให้กับการเริ่มต้นนี้
แต่อิสราเอล คู่อริสำคัญของอิหร่าน ไม่พอใจ พร้อมประกาศไม่ยอมปฏิบัติตาม สำนักนายกรัฐมนตรีของนายเบนจามิน เนนทันยาฮู แถลงว่า นี่เป็นข้อตกลงที่เลวร้าย เพราะเป็นสิ่งที่อิหร่านต้องการ ทั้งการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร และการเก็บรักษาส่วนที่สำคัญของโครงการนิวเคลียร์อิหร่านเอาไว้
อย่างไรก็ตาม อิสราเอลไม่ยอมใช้ปฏิบัติการทางทหารเพียงฝ่ายเดียวข่มขู่ เพราะนั่นอาจทำให้อิสราเอลถูกโดดเดี่ยวมากขึ้น และเป็นอันตรายต่อการเป็นพันธมิตรกับสหรัฐ และเจ้าหน้าที่อิสราเอลกล่าวว่าต้องใช้เวลาอีกมากในการประเมินข้อตกลง





