มีเพียง 8 ภูมิภาคเท่านั้น ที่มีรายได้เฉลี่ยสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศ และทั้งหมดเป็นเมืองในซีกตะวันออกของจีน
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนนับเป็นอีกประเทศหนึ่งที่นิยมจัดอันดับเมืองในหลากหลายด้าน อาทิ ความพึงพอใจในบริการจากมุมมองของประชาชน ความพึงพอใจในบริการจากมุมมองของภาคธุรกิจ เมืองในฝันของนักธุรกิจและประชาชนจีน และขีดความสามารถในการแข่งขัน นัยหนึ่งก็เพื่อใช้เป็นกลไกในการประเมินความสามารถของผู้บริหาร การแข่งขันด้านการพัฒนา การประชาสัมพันธ์ และอื่น ๆ
ในมิติด้านเศรษฐกิจ การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ชาวจีนมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นตามไปด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย ประเมินกันว่า ในทุก ๆ ระยะ 6-7 ปี เงินในกระเป๋าของคนจีนต่างพอกพูนเพิ่มขึ้นเท่าตัว
การวิจัยพบว่ามหานครเซี่ยงไฮ้ นับเป็นเมืองที่ผู้คนมีกำลังซื้อสูงสุดในจีน โดยชาวเซี่ยงไฮ้มีรายได้เฉลี่ยหลังหักภาษีสูงถึง 40,188.3 หยวนต่อปี หรือราว 201,000 บาทต่อปี ซึ่งนับว่าเป็นเพียงเมืองเดียวในปีนี้ที่มีรายได้สูงเกินกว่า 40,000 หยวนต่อปี และตามมาห่าง ๆ ด้วย 3 ภูมิภาคสำคัญ ได้แก่ กรุงปักกิ่ง มณฑลกวางตุ้ง และมณฑลเจ้อเจียง ที่มีระดับรายได้เฉลี่ยอยู่ระหว่าง 30,000-40,000 หยวนต่อปี
ขณะเดียวกันก็มีอีก 19 ภูมิภาคที่มีระดับรายได้เฉลี่ยระหว่าง 20,000-30,000 หยวนต่อปี อาทิ มณฑลเจียงซู และมหานครเทียนจิน ทั้งยังมีอีก 8 ภูมิภาคที่มีระดับรายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 20,000 หยวนต่อปี ในจำนวนนี้มีมณฑลเฮย์หลงเจียง เหนือสุดของจีน มณฑลชิงไห่ และมณฑลกานซู ทางซีกตะวันตกของจีนรวมอยู่ด้วย
ผลการวิจัยยังพบว่า รายได้เฉลี่ยของคนในชุมชนเมืองของจีนในปี 2555 อยู่ที่ระดับ 24,565 หยวนต่อปี เพิ่มขึ้นจาก 21,810 หยวนต่อปีในปี 2554 และหากคิดคำนวณย้อนหลังไปถึงช่วงที่จีนเปิดประเทศครั้งหลังสุดเมื่อปี 2521 ก็พบว่า รายได้เฉลี่ยของชาวจีนโดยรวมเพิ่มขึ้นถึงกว่า 70 เท่าตัว หรือเฉลี่ย 13.4% ต่อปี ขณะเดียวกัน จีดีพีและรายได้ของภาครัฐของจีนก็เพิ่มขึ้นถึง 142 เท่า และ 103 เท่า ตามลำดับ
อย่างไรก็ดี การศึกษาในภาพย่อยพบว่า มีเพียง 8 ภูมิภาคเท่านั้นที่มีรายได้เฉลี่ยสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศ และทั้งหมดเป็นเมืองในด้านซีกตะวันออกของจีนซึ่งเปิดสู่โลกภายนอกในยุคแรกภายหลังการเปิดประเทศเมื่อราว 35 ปีก่อน
นอกจากนี้ จำนวน 9 ใน 10 เมืองที่มีอำนาจซื้อสูงสุดกระจุกตัวอยู่ในด้านซีกตะวันออกของจีน ทำให้ระดับความเจริญและรายได้เฉลี่ยของเมืองด้านซีกตะวันออกของจีนยังคงสูงกว่าของเมืองในตอนกลาง และซีกตะวันตกอยู่มาก ยกตัวอย่างเช่น มหานครเซี่ยงไฮ้ ที่มีอำนาจซื้อสูงที่สุดนั้นมีระดับรายได้หลังหักภาษีสูงกว่าของมณฑลกานซูซึ่งมีรายได้หลังหักภาษีต่ำสุดในจีนที่ระดับเพียง 17,157 หยวนต่อปีถึง 234%
ข้อสังเกตอีกประการหนึ่งก็คือ โดยที่ตัวเลขฐานข้อมูลที่นำเอามาใช้ในครั้งนี้เป็นรายได้เฉลี่ยของคนในชุมชนเมือง จึงอาจสรุปได้ว่า รายได้เฉลี่ยของคนโดยรวมทั่วทั้งมณฑล และเขตปกครองอิสระอาจต่ำกว่าตัวเลขที่ปรากฏถึงกว่าครึ่งหนึ่ง ยกเว้นมหานครที่มีระดับของความเป็นชุมชนเมืองสูง
ทั้งนี้ ในปี 2555 รายได้เฉลี่ยของคนในชนบทอยู่ที่ 7,917 หยวนต่อปี ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนต่ำกว่า 1 ใน 3 ของคนในชุมชนเมือง
เหล่านี้ล้วนเป็นภาพสะท้อนถึงระดับของการพัฒนาที่ยังคงแตกต่างระหว่างภูมิภาคผู้นำ-ผู้ตาม ชุมชนเมือง-ชนบท และการกระจุกตัวของรายได้ของประชาชนในเชิงภูมิศาสตร์ อันเป็นโจทย์ใหญ่ที่รอการแก้ไขของรัฐบาลจีนในปัจจุบันและอนาคต
การวิจัยยังพบว่า อัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ยของจีนก็มีแนวโน้มลดลง กล่าวคือ ในปี 2555 รายได้เฉลี่ยขยายตัว 9.6% เมื่อเทียบกับของปีที่ผ่านมา แต่อัตราการขยายตัวของรายได้เฉลี่ยต่อหัวของจีนในช่วง 9 เดือนแรกของปีที่เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และการเติบโตในไตรมาสสุดท้ายของปีที่คาดว่าจะสูงที่สุดของปี จึงคาดว่า รายได้เฉลี่ยของชาวจีนโดยรวมในปีนี้จะไม่พุ่งทะยานเช่นเดิม โดยน่าจะเพิ่มขึ้น 7-8% เมื่อเทียบกับของปีที่ผ่านมา
หากท่านผู้อ่านไม่ว่าจะเป็นผู้แทนภาครัฐและเอกชนมีโอกาสไปเยือนเมืองจีนอีกในครั้งใด ก็ลองสังเกตถึงศักยภาพของแต่ละเมืองของจีนกันและอาจถือโอกาสตรวจสอบดูด้วยตัวท่านเองว่า เมืองที่ได้รับการจัดอันดับเหล่านี้อู้ฟู่จริงสมคำร่ำลือหรือไม่ อย่างไร
ยิ่งหากท่านมีโอกาสพบปะหารือกับผู้บริหารระดับสูงของเมืองเหล่านั้น ผมก็อยากจะฝากคำถามผ่านไปยังผู้บริหารเหล่านั้นด้วยว่า ท่านและผู้บริหารในยุคที่ผ่านมามีเคล็ดลับและวิธีการในการพัฒนาบ้านเมืองภายใต้การกำกับดูแลของตนเองให้เติบใหญ่และโดดเด่นขึ้นมาได้อย่างไร และในระหว่างการดำเนินการนั้น จีนประสบปัญหาอุปสรรคอะไรบ้างหรือไม่ และแก้ไขปัญหาเพื่อเดินหน้าต่ออย่างไร เผื่อว่าวันหนึ่งข้างหน้า เราจะได้นำไปประยุกต์ใช้กับบ้านเมืองอันเป็นที่รักของเรากันบ้าง
นอกจากนี้ สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งในเรื่องนี้ก็คือ การมาร่วมกันติดตามความพยายามของรัฐบาลจีนในการแก้ไขปัญหาการกระจุกตัวของรายได้และเพิ่มสัดส่วนของคนชั้นกลางของชาวจีนกันว่าจะงัดเอามาตรการอะไรออกมาใช้บ้าง





