ปริมาณการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเชื้อเพลิงฟอสซิล และการผลิตปูนซีเมนต์เพิ่มขึ้นสูงสุดในปีที่แล้ว คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้น 2.2%
กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ ระบุว่า ปริมาณการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเชื้อเพลิงฟอสซิล และการผลิตปูนซีเมนต์เพิ่มขึ้นสูงสุดในปีที่แล้ว คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้น 2.2% จากปี 54
กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ในนาม "โกลบอล คาร์บอน โปรเจค" เปิดเผยบทวิเคราะห์รายปีที่ระบุว่า ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากแหล่งดังกล่าวมีจำนวน 35,000 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 58% จากเมื่อปี 2533 ซึ่งเป็นปีฐานในการเปรียบเทียบการคำนวณระดับก๊าซเรือนกระจก
บทวิเคราะห์ยังเปิดเผยว่า จากการประเมินปริมาณกิจกรรมทางเศรษฐกิจในปีนี้ คาดว่าปริมาณการปลดปล่อยจะเพิ่มขึ้น 2.1% ด้วยปริมาณ 36,000 ล้านตัน ซึ่งระดับการเพิ่มขึ้นในปีนี้และปีที่แล้วน้อยกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2.7% ต่อปี ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
จีนเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก คิดเป็น 70% ของปริมาณทั้งหมด เพิ่มขึ้น 5.9% จากปีที่แล้ว น้อยกว่าค่าเฉลี่ย 7.9% ต่อปี ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา ขณะที่สหรัฐ ซึ่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากเป็นอันดับ 2 ปลดปล่อยลดลง 3.7% ในปีที่แล้ว ด้วยปริมาณการใช้ถ่านหินลดลง 12% อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงมาใช้น้ำมันจากหินดินดานที่กำลังคึกคัก
ตัวเลขการปลดปล่อยจากประเทศอื่น ๆ ที่น่าสนใจ อาทิ ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 6.9% เยอรมนี เพิ่มขึ้น 1.8% ซึ่งทั้งสองประเทศเปลี่ยนมาใช้พลังงานจากถ่านหินแทนการพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์ อินเดีย เพิ่มขึ้น 7.7% ด้วยปริมาณการใช้ถ่านหินเพิ่มขึ้น 10.2%
แต่ปริมาณการปลดปล่อยในกลุ่ม 28 ชาติในสหภาพยุโรปหรืออียูลดลง 1.3% แต่ปริมาณการใช้ถ่านหินเพิ่มขึ้น 3%





