วาณิชธนกิจของสหรัฐยอมจ่ายเงิน 4,500 ล้านดอลลาร์ เพื่อไกล่เกลี่ยคดีกับบริษัทด้านการลงทุนที่ได้รับความเสียหายจากการลงทุนในตราสารหนี้
"เจพีมอร์แกน เชส" วาณิชธนกิจชื่อดังของสหรัฐ ยอมจ่ายเงิน 4,500 ล้านดอลลาร์ หรือราว 135,000 ล้านบาท เพื่อไกล่เกลี่ยคดีกับบริษัทด้านการลงทุนที่ได้รับความเสียหายจากการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์จดจำนองค้ำประกัน ก่อนเกิดวิกฤติอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐ
ธนาคารและทนายความของบริษัทด้านการลงทุน เผยว่า เจพีมอร์แกน บรรลุข้อตกลงกับบรรดานักลงทุนสถาบัน 21 ราย ที่ได้รับความเสียหายจากการลงทุนในทรัสต์ที่มีสินทรัพย์จดจำนองค้ำประกัน ซึ่งออกโดยเจพีมอร์แกน และ "แบร์ สเติร์นส์" ที่วาณิชธนกิจรายนี้เข้าถือครองกิจการในช่วงเกิดวิกฤติการเงิน ปี 2550 แต่ข้อตกลงนี้จะต้องได้รับการยินยอมจากทรัสตี 7 รายที่ดูเลการถือครองหลักทรัพย์อยู่
อย่างไรก็ดี การไกล่เกลี่ยครั้งนี้ ไม่ครอบคลุมถึงทรัสต์ที่ออกโดยวอชิงตัน มูชวล สถาบันการเงินอีกรายที่เจพี มอร์แกน เข้าควบกิจการเช่นเดียวกัน
ก่อนหน้านี้ เจพีมอร์แกน เพิ่งตกลงจ่ายเงินชดเชยจำนวนกว่า 13,000 ล้านดอลลาร์ให้กับรัฐบาลสหรัฐเพื่อยุติการฟ้องร้องคดีที่บริษัทเป็นต้นเหตุของวิกฤติเศรษฐกิจเช่นกัน ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวถือเป็นค่ายอมความที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐที่สถาบันการเงินเป็นผู้จ่าย
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการจ่ายค่าชดเชยจะไม่มีผลต่อสถานะทางการเงินของเจพีมอร์แกน เนื่องจากทางบริษัทได้เตรียมเงินจำนวนมหาศาลไว้สำหรับการจ่ายค่าเสียหายและสู้คดีนี้ แต่สิ่งที่อาจจะได้รับผลกระทบก็คือความเชื่อมั่นที่นักลงทุนมีต่อบริษัท เนื่องจากการยอมจ่ายเงินชดเชย เท่ากับเป็นการยอมรับในการบริหารงานที่ไม่จริงใจ จนเป็นต้นเหตุให้นักลงทุนที่เป็นลูกค้าของเจพีมอร์แกนจำนวนมากต้องขาดทุน





