วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บริษัทพม่าหวังเข้าตลาดหุ้นสิงคโปร์เพิ่มทุน

ธุรกิจพม่าที่ต้องการเงินลงทุน เล็งนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ หลังพม่าเปิดประเทศออกจากความโดดเดี่ยว

ทนายความและที่ปรึกษาทางการเงินผู้ทำงานใกล้ชิดกับบริษัทพม่าเปิดเผยว่า บริษัทพม่าราว 6-10 แห่งกำลังพิจารณาเรื่องการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

หัวหน้าแผนกตลาดทุนและบรรษัท บริษัทกฎหมายราชา แอนด์ ตัน ในสิงโปร์ "นายกิม ฮวด เจีย" กล่าวว่า เจ้าของธุรกิจพม่าหลายแห่งชื่นชมชื่อเสียงของบริษัทสิงคโปร์ และตั้งตาคอยที่จะเพิ่มเกียรติภูมิของบริษัทด้วยการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ยังมีสูง โดยตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์กล่าวว่า บริษัทพม่าต้องมีบรรษัทภิบาลตามมาตรฐานของตลาดด้วย ซึ่งทนายความและนักการธนาคารกล่าวว่า สำหรับธุรกิจหลายแห่ง เรื่องนี้ยังห่างไกลกับเป้าหมายอยู่มาก

นอกจากนั้น เรื่องราวยังซับซ้อนมากขึ้นไปอีก เนื่องจากนักธุรกิจพม่าหลายคนอยู่ในบัญชีถูกคว่ำบาตรของสหรัฐ ที่กล่าวหาว่าคนเหล่านี้ร่ำรวยจากการร่วมมือกับรัฐบาลทหารในอดีต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องคอร์รัปชันและละเมิดสิทธิมนุษยชน แม้สหภาพยุโรปได้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรไปในปีนี้ แต่สหรัฐเพียงแค่ระงับไปเท่านั้น

อีกทั้งยังอาจมีแรงต้านจากรัฐบาลพม่า ซึ่งวางแผนจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ สภาพการณ์ดังกล่าวทำให้ธุรกิจพม่าบางแห่งระมัดระวังในการออกไประดมทุนนอกประเทศ

ปัจจุบันมีบริษัทพม่าเพียงแห่งเดียวเท่านั้นคือ "บริษัทโยมา สเตรทเตอจิก โฮลดิง" ที่จดทะเบียนในสิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2549

กลุ่มบริษัทขายอสังหาริมทรัพย์และรถยนต์แห่งนี้ เป็นของมหาเศรษฐี "เซอร์เจ ปัน" ปัจจุบันมีผู้ถือหุ้น 10 รายใหญ่อย่างแคปิตอล กรุ๊ป, อะเบอร์ดีน แอสเสท แมเนจเมนท์ และแวนการ์ด ขณะที่ราคาหุ้นบริษัทเพิ่มขึ้นสี่เท่าตั้งแต่ต้นปี 2555 ผลจากนักลงทุนสนใจในพม่า

หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทโยมา "นายแอนดรูว์ ริกการ์ด" กล่าวว่า พม่าในวันนี้ยังไม่มีตลาดหุ้น ตลาดตราสาร ตลาดธนาคารให้พูดถึง มีบริษัทที่ค่อนข้างร่ำรวยสินทรัพย์จำนวนหนึ่งแต่ยังไม่มีแหล่งระดมสภาพคล่อง

ภาคธุรกิจพม่าอยู่ภายใต้การครอบครองของบริษัทเครือขนาดใหญ่ประมาณ 20 แห่ง ซึ่งจ้างงานพนักงานประมาณแห่งละ 30,000 ชีวิต ขณะที่การหาเงินทุนหรือเงินกู้สำหรับบริษัทรายเล็กๆ เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก โดยมักต้องใช้ที่ดินมาเป็นเครื่องค้ำประกัน อีกทั้งยังถูกเก็บดอกเบี้่ยสูง

แม้รัฐบาลพม่ามีแผนจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 2558 ด้วยความช่วยเหลือของไดวา ซีเคียวริตีส์ กรุ๊ปแห่งญี่ปุ่น แต่หลายฝ่ายวิตกว่าอาจจัดตั้งไม่ทันเป้าหมายที่กำหนดไว้ อีกทั้งการออกไปจดทะเบียนในต่างประเทศก็อาจเป็นสิ่งที่สร้างความไม่พอใจแก่รัฐบาล ผู้บริหารบริษัทแห่งหนึ่งเผยว่าหลายบริษัทได้รับการแจ้งอย่างไม่เป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ว่าอย่าไปจดทะเบียนในตลาดอื่น อย่างสิงคโปร์ แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธว่าไม่เคยเตือน

สภาพการณ์ดังกล่าวทำให้บริษัทพม่าส่วนใหญ่ลังเลที่จะเปิดเผยแผนการระดมทุน โดยเปิดทางเลือกไว้หลากหลาย รวมถึงการเป็นหุ้นส่วนกับนักลงทุนรายอื่น