วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไห่เยี่ยน'กระตุ้นชนวนวิตก'โลกร้อน'

ความรุนแรงของซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน ที่พัดขึ้นฝั่งเกาะซามาร์ของฟิลิปปินส์ด้วยความเร็วลมถึง 315 กม.ต่อชม.

แม้บรรดานักวิทยาศาสตร์ไม่ได้ระบุว่าไห่เยี่ยนเป็นผลมาจากภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง แต่ก็มีความเห็นตรงกันว่าพายุมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากขึ้น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์เควิน วอลช์ แห่งภาควิชาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น กล่าวว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะระบุว่าสภาพอากาศรุนแรงเพียงเหตุการณ์เดียว เป็นผลมาจากโลกร้อนหรือภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง แต่ที่ผ่านมามีงานวิจัยจำนวนหนึ่งที่สะท้อนถึงความเป็นไปได้ของการเกิดไซโคลนที่มีความรุนแรงอย่างไห่เยี่ยนมากขึ้นทั่วโลก

ซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนมีขึ้นในช่วงที่ประเทศต่างๆ ประชุมกันที่โปแลนด์ เพื่อเจรจารอบล่าสุดเกี่ยวกับการทำข้อตกลงลดโลกร้อน ซึ่งคาดว่าจะมีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อย

คณะกรรมการภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ (ไอพีซีซี) กล่าวว่ามีแนวโน้มมากขึ้นว่าพายุจะมีความรุนแรงยิ่งขึ้นในศตวรรษหน้า ขณะที่นายวอลช์ระบุว่าสิ่งที่ยังไม่ชัดเจนคือข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของพายุ ซึ่งหากมีรายละเอียดก็สามารถนำมาวิเคราะห์หาแนวโน้มของการเกิดพายุได้

กระนั้น นายวิลล์ สเตฟเฟน ผู้อำนวยการสถาบันภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง มหาวิทยาลัยออสเตรเลีย กล่าวว่าสิ่งหนึ่งที่เป็นรูปธรรมค่อนข้างชัด คือภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงกำลังทำให้น้ำบริเวณพื้นผิวมีอุณหภูมิสูงขึ้น อันส่งผลต่อเนื่องให้เกิดพายุ

นอกจากนั้น ยังชัดเจนว่าภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ซึ่งหมายความถึงการมีสตอร์มเซิร์จมากขึ้น หรือคลื่นคล้ายสึมานิที่ถาโถมเข้าเมืองทัคโลบันของฟิลิปปินส์เมื่อครั้งเกิดไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน

อย่างไรก็ตาม นายเจฟฟ์ มาสเตอร์ ผู้อำนวยการด้านอุตุนิยมวิทยาแห่งเวบไซต์เวธเธอร์ อันเดอร์กราวด์ กล่าวว่าในกรณีของเมืองทัคโลบัน ดูเหมือนระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นจะมีบทบาทเพียงเล็กน้อย เพราะมีสัดส่วนเพียง 5% ทำให้เกิดสตอร์มเซิร์จสูง 4 เมตร

ขณะที่ไอพีซีซีประเมินว่าในศตวรรษหน้า ระดับน้ำทะเลอาจสูงขึ้น 26-62 ซม. ดังนั้นก็คาดหมายได้เลยว่าพายุจะมีความรุนแรงขึ้น เพราะสตอร์มเซิร์จจะสูงขึ้นตามระดับน้ำทะเล

หากมองย้อนไปในอดีต จะพบว่าฟิลิปปินส์มีประวัติอันยาวนานของการเผชิญกับพายุไต้ฝุ่น แม้ไม่มีลูกไหนรุนแรงเท่าไห่เยี่ยนก็ตาม และไต้ฝุ่นที่พัดเข้าประมาณปีละ 20 ลูก ส่วนใหญ่จะพาดผ่านตอนเหนือ หรือเกาะลูซอน

เส้นทางของพายุที่ดูเหมือนเปลี่ยนไป ทำให้ความวิตกเกี่ยวกับภูมิอากาศรุนแรงมีมากขึ้น เพราะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาพายุได้พัดเข้าพื้นที่ตอนใต้ของฟิลิปปินส์ อันเป็นเส้นทางที่แทบไม่เคยประสบไต้ฝุ่นอันมีความรุนแรง อย่างกรณีของไต้ฝุ่นบุปผา ซึ่งเป็นพายุที่มีความแรงระดับ 5 ด้วยกำลังลม 280 กม.ต่อชม. ได้พัดเข้าถล่มจังหวัดดาเวาโอเรียนทัลเมื่อเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว ถือเป็นพายุลูกแรกที่พัดเข้าจังหวัดดังกล่าว คร่าชีวิตผู้คนไป 600 ราย

เจ้าหน้าที่ด้านสภาพอากาศฟิลิปปินส์ถึงกับออกปากว่าเกาะมินดาเนาไม่อาจประกาศตัวได้ว่าเป็นเขตปลอดไต้ฝุ่นอีกต่อไป หลังจากเผชิญพายุรุนแรงถึง 2 ปีติดกัน โดยเมื่อเดือนธ.ค. 2554 พายุโซนร้อนวาชิได้พัดเข้าชายฝั่งตะวันตกของมินดาเนาเมื่อปลายปี 2554 ทำให้น้ำท่วมฉับพลันและคร่าชีวิตผู้คน 700 ราย