เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวสูงขึ้นในไตรมาส 3 เพราะภาคธุรกิจสต็อคสินค้ามากขึ้น แต่การใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ต่ำที่สุดในรอบ 2 ปี สะท้อนถึงความอ่อนแรง
กระทรวงพาณิชย์รายงานว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศขยายตัว 2.8% ซึ่งสูงที่สุดในรอบปี หลังจากเติบโต 2.5% เมื่อไตรมาส 2 แต่สินค้าคงคลังมีสัดส่วนถึง 0.8%
ส่วนความต้องการในประเทศเพิ่มขึ้นเพียง 1.7% ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ระบุว่าไม่เพียงพอที่จะทำให้ธนาคารกลางลดการเข้าซื้อพันธบัตร โดยนักเศรษฐศาสตร์ของแบงก์ออฟอเมริกาเมอร์ริลลินช์ชี้ว่าการเติบโตยังไม่เร็วพอที่เฟดจะเริ่มลดการเข้าซื้อพันธบัตร
ทั้งนี้ การใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งมีสัดส่วนกว่า 2 ใน 3 ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ขยายตัว 1.5% ซึ่งต่ำที่สุดตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2554 หลังจากขยายตัว 1.8% ช่วงไตรมาส 2 ซึ่งการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ลดลงสะท้อนว่าการสะสมสินค้าคงคลังของภาคธุรกิจ อาจเป็นสิ่งไม่จำเป็น
สภาพการณ์ดังกล่าวอาจทำให้ภาคธุรกิจลดสินค้าคงคลัง จนอาจกระทบต่อการเติบโตในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งคาดว่าจะอ่อนแอผลจากการปิดหน่วยงานภาครัฐ 16 วัน
ด้านกระทรวงแรงงานรายงานว่าตลาดแรงงานดีขึ้นต่อเนื่อง เห็นได้จากคำขอผลประโยชน์ช่วงว่างงานลดลง 9,000 คำขอ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
สำหรับในช่วงครึ่งปีนั้น เศรษฐกิจขยายตัว 1.8% ผลจากนโยบายรัดเข็มขัดทางการคลังเมื่อช่วงต้นปี





