เมื่อวาน อินเดียประสบความสำเร็จ ในการส่งยานลำแรก ขึ้นสำรวจดาวอังคาร โดยหวังจะเป็นชาติเดียวในเอเชียที่ได้ไปดาวแดงด้วยเทคโนโลยีแบบต้นทุนต่ำ
อินเดียส่งจรวดดวงแรกขึ้นสู่ดาวอังคาร เพื่อนำดาวเทียมไปโคจรรอบดาวแดง ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าภาระกิจครั้งก่อนๆ และตั้งเป้าที่จะวางสถานภาพตัวเองเป็นผู้เล่นต้นทุนต่ำในการแข่งขันกันบนห้วงอวกาศ
จรวดได้ทะยานขึ้นจากฐานทางตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมดาวเทียมที่คาดว่าจะเริ่มโคจรรอบดาวอังคารภายในเดือนก.ย.ปีหน้า และทำหน้าที่ค้นหาก๊าซมีเธนรวมถึงแร่ธาตุต่างๆ ในบรรยากาศของดาวอังคาร
มีเพียงสหรัฐ ยุโรป และรัสเซียเท่านั้นที่ส่งยานไปโคจรหรือลงจอดที่ดาวอังคาร ที่ผ่านมาการสำรวจดาวอังคารมีอัตราการล้มเหลวสูง ดังนั้นหากประสบความสำเร็จในครั้งนี้น่าจะสร้างความภาคภูมิใจแก่อินเดีย โดยเฉพาะหลังจากจีนเคยส่งยานไปเมื่อปี 2554 แต่ไม่พ้นวงโคจรของโลก
ความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียกับบรรดาเพื่อนบ้าน อยู่ในรูปของทั้งการแข่งขันและร่วมมือ นักวิทยาศาสตร์อินเดียระบุว่าการส่งจรวดครั้งนี้ไม่ได้มุ่งแข่งขันทางอวกาศกับใคร แต่นักวิเคราะห์ชี้ว่าอินเดียเร่งทำโครงการนี้เพราะวิตกเกี่ยวกับเทคโนโลยีอวกาศพลเรือนและทหารของจีน
จรวดที่มีมูลค่า 4,500 ล้านรูปีนี้ ถือเป็นราคาเพียงเศษเสี้ยวของยาน "มาเวน" ของนาซา ที่จะส่งขึ้นปฏิบัติภาระกิจในเดือนพ.ย.เช่นกัน นักวิเคราะห์ชี้ว่าอินเดียอาจจับตลาดอวกาศโลกที่มีมูลค่ากว่า 304,000 ล้านดอลลาร์ ด้วยเทคโนโลยีต้นทุนต่ำได้
ภาระกิจไปดาวอังคารครั้งนี้ ค่อนข้างใช้งบน้อยกว่าโครงการใช้จ่ายอื่นๆ ของอินเดีย รวมถึงแผนการมูลค่า 340 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างอนุสาวรีย์ใหญ่ที่สุดในโลก กระนั้น โครงการนี้ก็เรียกเสียงวิจารณ์ในประเทศที่มีระดับความยากจนสูงและขาดแคลนไฟฟ้า อีกทั้งเศรษฐกิจยังชะลอตัวมากที่สุดในรอบหลายสิบปี
อินเดียพยายามอธิบายว่าเทคโนโลยีที่ใช้โครงการด้านอวกาศนั้น สามารถนำมาใช้ได้ในชีวิตประจำวัน
นางสัสมิตา โมฮันติ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าคณะเจ้าหนาที่บริหารบริษัทเอิร์ธทูออร์บิต ซึ่งเป็นบริษัทด้านอวกาศแห่งแรกของประเทศ กล่าวว่าสำหรับอินเดียแล้ว เทคโนโลยีด้านนี้เป็นสิ่งจำเป็น เพราะดาวเทียมมีประโยชน์มากมายตั้งแต่แพร่ภาพไปจนถึงการบริหารยามเกิดภัยพิบัติ
โครงการอวกาศของอินเดียเริ่มต้น 50 ปีที่แล้ว และพัฒนาอย่างรวดเร็วหลังจากมหาอำนาจตะวันตกคว่ำบาตรอินเดีย กรณีทดลองอาวุธนิวเคลียร์เมื่อปี 2517 ทำให้นักวิทยาศาสตร์พากันเร่งพัฒนาเทคโนโลยีจรวดล้ำสมัย โดยเมื่อ 5 ปีที่แล้วอินเดียเคยส่งยานไปลงจอดบนดวงจันทร์และพบหลักฐานของน้ำ
นายกรัฐมนตรีมันโมฮัน ซิงห์ เพิ่งประกาศโครงการสำรวจดาวอังคารเมื่อ 15 เดือนที่ผ่านมา หลังจากจีนพยายามส่งยานแต่ไม่พ้นวงโครจรของโลก โดยยานของอินเดียมีขนาดประมาณรถยนต์คันเล็กสีทอง โดยติดไปกับจรวดที่เล็กกว่าจรวดของสหรัฐหรือรัสเซียมาก
ยานไม่มีพลังงานที่จะขับเคลื่อนเอง จึงจะโคจรรอบโลกเกือบเดือน เพื่อสะสมแรงเหวี่ยง จากนั้นการเดินทางจะเข้าสู่ระยะที่ 2 ซึ่งกินเวลา 9 เดือน และจะเป็นบททดสอบความสามารถของนักวิทยาศาสตร์อินเดีย
ด้านนักวิทยาศาสตร์นาซากล่าวว่าไม่คิดมาก่อนว่าอินเดียจะรีบส่งยาน แต่หากประสบความสำเร็จ ก็ถือเป็นเรื่องดี





