เม็กซิโกอนุมัติเก็บภาษีเครื่องดื่มผสมน้ำตาล 1 เปโซต่อลิตร และเก็บภาษีจังค์ฟู้ด 8% หวังควบคุมโรคอ้วน
อัตราผู้ป่วยโรคอ้วนชาวเม็กซิกันปัจจุบันสูงกว่าในสหรัฐ และเป็นประเทศที่มีผู้ดื่มน้ำอัดลมมากที่สุดในโลก โดยข้อมูลจากจดหมายข่าว "เบเวอเรจ ไดเจสท์" ของสหรัฐ แสดงให้เห็นว่า ชาวเม็กซิกันดื่มน้ำอัดลมขนาด 0.24 ลิตร เฉลี่ยคนละ 707 ขวดต่อปี ขณะที่สหรัฐเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอัตราใกล้เคียงกันที่ 701 ขวดต่อปี
การเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นชัยชนะของประธานาธิบดีเม็กซิโก ที่จะต้องลงนามในร่างกฎหมายดังกล่าว เพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป โดยนายนิเอโตยังเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมในประเทศ และเรียกร้องให้ชาวเม็กซิโกออกกำลังกายอย่างน้อยวันละหนึ่งชั่วโมง
ทางด้านนักวิเคราะห์ชี้ว่า บริษัทเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวน่าจะผลักภาระภาษีนี้ให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อการเติบโตของเศรษฐกิจเม็กซิโกที่ซบเซาลงในปีนี้ เนื่องจากการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคลดลง
การผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว ยังทำให้ราคาหุ้นของบริษัทผลิตและบรรจุขวดโค้กรายใหญ่สุดในละตินอเมริกา "โคคา โคลา เฟมซา" ในเม็กซิโกลดลง โดยโคคา โคลาครองส่วนแบ่งในตลาดเครื่องดื่มเม็กซิโกกว่าสามในสี่ และจะได้รับความเสียหายหนักจากภาษีน้ำอัดลม
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์เครดิต สวิส คาดว่าบริษัทอาหารและน้ำอัดลมส่วนใหญ่จะส่งเสริมสินค้าควบคุมน้ำหนัก และเสนอเครื่องดื่มทางเลือกอื่น ๆ เช่น น้ำผลไม้ เครื่องดื่มวิตามิน หรือเครื่องดื่มขนาดเล็กลง





