เรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการสอดแนม อันมีต้นเรื่องมาจากข้อมูลลับที่"เอดเวิร์ด สโนว์เดน"อดีตจนท.ข่าวกรองสหรัฐ นำมาเปิดเผยทำท่าจะไม่จบลงง่ายๆ
เมื่อล่าสุดทางสหรัฐปกป้องตัวเอง หลังจากถูกวิจารณ์อย่างหนักจากชาติยุโรป
ในครั้งนี้ ผอ.เอ็นเอสเอออกโรงปฏิเสธ ว่าไม่ได้สอดแนมโทรศัพท์คนยุโรปเป็นล้านๆ อย่างที่มีข่าวแต่อย่างใด
นายพลคีธ อเลกซานเกอร์ ผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ (เอ็นเอสเอ) และนายเจมส์ แคลปเปอร์ ผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐ ขึ้นชี้แจงต่อสภาสหรัฐว่าข้อกล่าวหาว่าหน่วยงานด้านการข่าวของสหรัฐสอดแนมข้อมูลการโทรศัพท์เป็นล้านๆ ครั้ง ล้วนเป็นเรื่องไม่จริง พร้อมระบุว่าหนังสือพิมพ์ยุโรปที่รายงานข่าวนี้ไม่เข้าใจข้อมูลดังกล่าว
นายอเลกซานเดอร์และนายแคลปเปอร์กล่าวว่า ข่าวดังกล่าวเป็นผลจากความเข้าใจข้อมูลผิดๆ ที่ได้รับมาจากนายเอดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตเจ้าหน้าที่การข่าวของสหรัฐ
นายอเลกซานเดอร์บอกว่า ข่าวที่หนังสือพิมพ์ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี และสเปน รายงานว่าเอ็นเอสเอรวบรวมข้อมูลทางโทรศัพท์เป็นสิบล้านครั้งนั้น เป็นความเท็จอย่างสิ้นเชิง และขอชี้แจงอย่างชัดเจนว่านี่ไม่ใช่ข้อมูลที่ทางสหรัฐรวบรวมมาจากชาวยุโรป
เขาเสริมด้วยว่าหนังสือพิมพ์ต่างๆ นำข้อมูลจากการใช้เครื่องมือสืบค้นบนเวบเพื่อการบริหารข้อมูล มาอ้างว่าเป็นหลักฐานของการสอดแนม แต่ทั้งนักข่าวและผู้ที่ขโมยข้อมูลมา ไม่เข้าใจในสิ่งเหล่านี้
ทางด้านนางไดแอน เฟนสเตน ประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรองประจำวุฒิสภา กล่าวในทำนองเดียวกันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่สหรัฐรวบรวมจากฝรั่งเศสและเยอรมนี ทั้งยังไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคนยุโรป แต่หากจะเกี่ยวข้องก็น่าจะเป็นการรวบรวมข้อมูลเชิงสงครามสำหรับนาโต
นอกจากนั้น นายอเลกซานเดอร์และนายแคลปเปอร์ยังโต้กลับไปด้วยว่าประเทศต่างๆ สอดแนมผู้นำสหรัฐ เพราะการสอดแนมผู้นำของต่างประเทศนั้น เป็นหัวใจของเกมการจารกรรมระหว่างประเทศ โดยนายแคลปเปอร์กล่าวว่าสิ่งแรกๆ ที่เขาเรียนรู้ด้านการข่าว คือการหาให้ได้ว่าผู้นำไม่ว่าระดับไหน มีเจตนารมย์เช่นไร
ด้านหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า หน่วยงานข่าวกรองของฝรั่งเศสกับสเปนใช้การสอดแนมทางอิเลกทรอนิกนอกพรมแดนและบางครั้งในเขตสงคราม จากนั้นก็ส่งข้อมูลต่อให้เอ็นเอสเอ
หากรายงานข่าวนี้เป็นจริง ก็น่าจะสร้างความกระอักกระอ่วนใจแก่รัฐบาลของหลายประเทศในยุโรปที่ประท้วงสหรัฐกรณีละเมิดความเป็นส่วนตัวของประชาชน
การโต้กลับของสหรัฐมีขึ้น หลังจากอัยการสเปนเปิดสอบเบื้องต้นต่อรายงานข่าวการดักฟังโทรศัพท์หลายล้านครั้ง เพื่อหามูลว่าการกระทำดังกล่าวเป็นอาชญากรรมหรือไม่ ขณะที่เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสเปน ถูกเรียกตัวเข้าพบเพื่อขอคำอธิบาย
นอกจากนั้น คณะผู้แทนจากสภายุโรปยังเดินทางไปสหรัฐเพื่อร้องเรียนเรื่องนี้ โดยนายเอลมา บรอก สมาชิกสภาจากเยอรมนี กล่าวว่าข่าวการดักฟังโทรศัพท์คนยุโรป แตกต่างจากข่าวที่ว่ามีการดักฟังโทรศัพท์นายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิล เพราะชัดเจนว่าหมายเลขโทรศัพท์ของนายกฯแมร์เคิลถูกบันทึกในไฟล์จารกรรมของสหรัฐ





