คลังสมองจีนแนะรัฐบาลตั้งระบบประกันสังคมแห่งชาติ ยกเครื่องรัฐวิสาหกิจ และปฏิรูปที่ดิน ปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เดือนพ.ย.นี้
กลุ่มคลังสมองจีน แนะรัฐบาลตั้งระบบประกันสังคมแห่งชาติ ยกเครื่องรัฐวิสาหกิจ และปฏิรูปที่ดิน ส่วนหนึ่งของการปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน เดือนพฤศจิกายนนี้
ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนา ซึ่งเป็นกลุ่มคลังสมองภายใต้การกำกับดูแลของคณะรัฐมนตรีจีน ได้จัดทำรายงาน เสนอการปฏิรูปใน 8 ด้านสำคัญ รวมถึง การเงิน ภาษี ที่ดิน สินทรัพย์รัฐบาล สวัสดิการสังคม นวัตกรรม การลงทุนต่างชาติ และบรรษัทภิบาล
ร่างข้อเสนอจากศูนย์วิจัย เรียกร้องให้มีการประเมินมูลค่าที่ดินในเมือง และชนบทอย่างเท่าเทียมกัน โดยชี้ว่า โครงสร้างที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทำให้ราคาที่ดินเสื่อมลง และทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันในการจัดสรรค ทั้งยังต้องการให้บริษัทภาครัฐยุติการผูกขาดในกิจการรถไฟ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และไฟฟ้า
รายงานข่าวดังกล่าวมีขึ้นเพียง 1 วันหลังจากที่ นายหยู เจิ้งเฉิง สมาชิกอันดับ 4 ในคณะกรมการเมืองถาวรแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน หนึ่งในผู้นำระดับสูงของจีน ให้คำมั่นว่าจีนจะทำการปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในการประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในเดือนหน้า
นายหยู กล่าวว่า การประชุมดังกล่าวจะ "เน้นสำรวจการปฏิรูปในเชิงลึกแบบเบ็ดเสร็จ" และว่า การปฏิรูปในครั้งนี้จะครอบคลุมในวงกว้างและมีความแข็งแกร่งมาก และจะเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
อย่างไรก็ดี รายงานข่าว ระบุว่า จนถึงขณะนี้ ยังไม่แน่ชัดว่า คณะผู้นำแดนมังกร จะดำเนินการปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ในการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ เดือนพฤศจิกายนนี้หรือไม่ แต่เป็นที่คาดกันว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนจะผลักดันการปฏิรูปเศรษฐกิจในการประชุมครั้งนี้
นายเติ้ง เสี่ยวผิง อดีตผู้นำจีนเคยเริ่มต้นการปฏิรูปครั้งประวัติศาสตร์ ในการประชุมใหญ่ครั้งที่สามของคณะกรรมการพรรคชุดที่ 11 ในปี 1978 โดยมีจุดประสงค์เพื่อกอบกู้เศรษฐกิจจีนให้รอดพ้นจากการล่มสลาย หลังการ ปฏิวัติวัฒนธรรมของอดีตประธานเหมา เจ๋อตุง
นักวิเคราะห์คาดว่า วาระการประชุมเกี่ยวกับการปฏิรูปในวงกว้างในเดือนหน้า จะช่วยนำพาเศรษฐกิจจีนให้ลดการพึ่งพาการลงทุนและสินเชื่อ และหันมาใช้รูปแบบเศรษฐกิจที่มีความสมดุลมากยิ่งขึ้น โดยได้รับแรงกระตุ้นสำคัญ จากการบริโภค ภาคบริการ และนวัตกรรม
การประชุมในครั้งนี้จะเป็นการประชุมสำหรับคณะกรรมการกลางของจีนที่ประกอบด้วยสมาชิกระดับสูงราว 200 คน โดยเป็นการประชุมครั้งที่สามของคณะกรรมการ นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนตัวผู้นำจีนในปี 2555 ในอดีตนั้น การประชุมใหญ่ครั้งที่สามในจีนมักจะถูกใช้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่ และเป็นที่คาดกันว่าการประชุมในครั้งนี้ จะไม่เน้นหารือกันเรื่องการปฏิรูปทางการเมือง แต่คณะรัฐมนตรีจีนเรียกร้องให้มีการดำเนินความพยายามมากยิ่งขึ้นในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เนื่องจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังคงอยู่ในภาวะไม่แข็งแกร่ง





