ดีลเลอร์ชั้นนำของสหรัฐคาดเฟดลดคิวอีในช่วงไตรมาส 3 ปี"57 เหตุตัวเลขจ้างงานแย่-ความขัดแย้งคองเกรส
ผลสำรวจบริษัทดีลเลอร์ชั้นนำของสหรัฐ พบว่า เสียงส่วนใหญ่คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังไม่ปรับลดวงเงินในมาตรการเข้าซื้อตราสารหนี้ หรือมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(คิวอี)จนกว่าจะถึงเดือนมี.ค. 2557 และเห็นว่าการปิดหน่วยงานรัฐบาลในวันที่ 1-16 ต.ค. ที่ผ่านมาและความขัดแย้งเรื่องการปรับเพิ่มเพดานหนี้สหรัฐได้ส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อกำหนดเวลาของเฟดในการปรับลดขนาดคิวอี
กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยในวันอังคารว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 148,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 180,000 ตำแหน่ง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังชะลอตัว นอกจากนี้ ตัวเลขดังกล่าวยังหนุนการคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะเลื่อนเวลาในการปรับลดขนาดคิวอีออกไปอีก หลังจากที่นักลงทุนส่วนใหญ่เคยคาดการณ์ในช่วงก่อนหน้านี้ว่า เฟดอาจเริ่มต้นปรับลดขนาดคิวอีในการประชุมประจำวันที่ 17-18 ก.ย.
ขณะนี้ เฟดดำเนินมาตรการคิวอี ด้วยการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในวงเงิน 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ และซื้อหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสัญญาจำนอง(MBS) ในวงเงิน 4 หมื่นล้านดอลลาร์ รวมกัน 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ทุกเดือนเพื่อพยุงเศรษฐกิจ
ในการสำรวจครั้งนี้ ดีลเลอร์ชั้นนำ 9 จาก 15 รายคาดว่า เฟดจะเริ่มต้น ปรับลดวงเงินคิวอีในเดือนมี.ค. 2557 , ดีลเลอร์ 2 รายคาดว่าเฟดจะเริ่มต้นปรับลดคิวอีในการประชุมวันที่ 28-29 ม.ค. 2557 ส่วน 2 รายคาดว่า เฟดจะลดขนาดคิวอีในไตรมาส 1/2557 และมี 1 รายคาดว่า เฟดจะยังไม่เริ่มต้น ปรับลดขนาดคิวอีก่อนเดือนม.ค. 2557
ส่วนอีก 1 รายคาดว่าเฟดจะยังไม่เริ่มต้นปรับลดขนาดคิวอีจนกว่าจะถึงเดือนมิ.ย. 2557
ดีลเลอร์ชั้นนำ 15 รายคาดการณ์โดยเฉลี่ยว่า เฟดจะปรับลดขนาดคิวอี 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งเท่ากับตัวเลขคาดการณ์ในเดือนก.ย.
นอกจากนี้ ดีลเลอร์ 8 จาก 15 รายระบุว่า ความขัดแย้งด้านงบประมาณและเพดานหนี้ในสหรัฐ ได้ส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อกำหนดเวลาของเฟดในการปรับลดขนาดคิวอี
นายโธมัส ไซมอนส์ นักเศรษฐศาสตร์ตลาดเงินของบริษัทเจฟฟรีส์ แอนด์ โค กล่าวว่า "ปัจจัยนี้มีผลกระทบเป็นอย่างมาก" และกล่าวว่า "ถ้าหากไม่เกิดภาวะทางตันด้านงบประมาณ เฟดก็อาจจะปรับลดคิวอีไปแล้ว"
สภาคองเกรสของสหรัฐจำเป็นต้องปรับเพิ่มเพดานหนี้อีกครั้งภายในวันที่ 7 ก.พ. 2557 ซึ่งนายไซมอนส์กล่าวว่า เนื่องจากยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าจะเกิดอะไรขึ้นในช่วงนั้น ดังนั้นเฟดจึงไม่มีแนวโน้มที่จะประกาศปรับลด ขนาดคิวอีลงก่อนการประชุมเฟดประจำวันที่ 28-29 ม.ค. 2557
ทางด้านนายไมเคิล มอแรน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทไดวา ซีเคียวริตีส์ อเมริกา กล่าวว่า ไม่มีแนวโน้มว่าในช่วงต้นปีหน้าสหรัฐจะเผชิญกับวิกฤติเพดานหนี้และการปิดหน่วยงานรัฐบาลเหมือนกับ ในช่วงต้นเดือนต.ค.ปีนี้ ดังนั้นปัจจัยนี้จึงน่าจะมีอิทธิพลต่อนโยบายของเฟดในปีหน้าในระดับที่น้อยกว่าในปีนี้
นายมอแรนกล่าวว่า "ผมคิดว่านักการเมืองสหรัฐจะสามารถหาหนทางในการเลี่ยงปัญหานี้ และผมไม่คิดว่าสมาชิกพรรครีพับลิกันจะมีความโง่เขลามากพอจนถึงขั้นที่ทำซ้ำในสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ผมคิดว่านักการเมืองจะสามารถตกลงกันได้ พวกเขาจะไม่ปิดหน่วยงานรัฐบาลอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากไม่มีการออกงบประมาณใหม่ หรือไม่มี การผ่านญัตติการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานรัฐบาล สิ่งนี้ก็จะส่งผลให้เฟดเกิดความไม่มั่นใจ และจะตัดสินใจดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(คิวอี)ต่อไป"
นายไซมอนส์กล่าวว่า ถ้าหากไม่นับวิกฤตการณ์ทางการเมืองแล้ว การตัดสินใจปรับลดขนาดคิวอีของเฟดก็จะขึ้นอยู่กับตัวเลขเศรษฐกิจเป็นสำคัญ
ในโพลล์รอยเตอร์ที่จัดทำในวันที่ 6 ก.ย.นั้น ดีลเลอร์ชั้นนำ 13 จาก 18 รายคาดว่า เฟดจะประกาศปรับลดขนาดคิวอีในการประชุมประจำวันที่ 17-18 ก.ย. โดยในวันที่ 6 ก.ย. รัฐบาลสหรัฐได้เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานประจำเดือนส.ค.ที่น่าผิดหวังด้วย กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 148,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 180,000 ตำแหน่ง
ตัวเลขการจ้างงานที่อ่อนแอในเดือนก.ย.ส่งผลกระทบต่อการคาดการณ์ของบล.ดอยช์ แบงก์ในเรื่องการปรับลดขนาดคิวอี
นายคาร์ล ริคคาดอนนา นักเศรษฐศาสตร์ของบล.ดอยช์ แบงก์ กล่าวว่า "ก่อนที่จะมีการรายงานตัวเลขการจ้างงานในวันที่ 22 ต.ค. เราเคยคาดว่ามีโอกาส 50-50 ที่เฟดจะเริ่มต้นปรับลดขนาดคิวอี ในเดือนธ.ค.หรือไม่ก็เดือนมี.ค. 2557 แต่เมื่อตัวเลขการจ้างงานเดือนก.ย.อยู่ในระดับอ่อนแอ เราก็คิดว่ามีความเป็นไปได้มากยิ่งขึ้นที่เฟดจะประกาศปรับลดขนาดคิวอีในการประชุมเดือนมี.ค."
ในผลการสำรวจที่ออกมาในวันอังคารนั้น ดีลเลอร์คาดว่าเฟดอาจประกาศปรับลดขนาดคิวอี ลงราว 1-2 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน โดยมีค่ากลางอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนในโพลล์ที่จัดทำใน วันที่ 6 ก.ย.นั้น ตัวเลขคาดการณ์อยู่ในช่วง 1.0-2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน โดยมีค่ากลางอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์เช่นกัน
นักเศรษฐศาสตร์มีความเห็นก้ำกึ่งต่อประเด็นที่ว่า เฟดจะจัดสรรการปรับลดขนาดคิวอี อย่างไร โดยนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะปรับลดวงเงินในการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลมากกว่า MBS
ดีลเลอร์ 13 รายในการสำรวจคาดว่า เฟดจะยุติมาตรการคิวอีทั้งหมดในช่วงครึ่งหลังของปี 2557
ดีลเลอร์ 13 จาก 15 รายคาดว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในปี 2559 และดีลเลอร์ 2 รายคาดว่า เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2558
บริษัทดีลเลอร์ชั้นนำมีทั้งหมด 21 แห่งในสหรัฐ แต่มีเพียง 15 แห่งที่ตอบแบบสำรวจครั้งล่าสุด ทั้งนี้ บริษัทดีลเลอร์ชั้นนำถือเป็นคู่สัญญาทางการค้าของเฟดสาขานิวยอร์กในการดำเนินนโยบายการเงิน โดยบริษัทดีลเลอร์ชั้นนำเหล่านี้มีหน้าที่เข้าร่วมในปฏิบัติการของเฟดในตลาดพันธบัตรรัฐบาลอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นการดำเนินการเพื่อดำเนินนโยบายการเงินตามที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) ระบุไว้
นอกจากนี้ บริษัทดีลเลอร์เหล่านี้ยังจัดหาข้อมูลเกี่ยวกับตลาดและบทวิเคราะห์ตลาดให้แก่เฟดสาขานิวยอร์กด้วย เพื่อช่วยในการจัดทำนโยบายการเงินและในการนำนโยบายการเงินมาบังคับใช้





