อุตสาหกรรมสายการบินเวียดนามส่อเค้าเฟื่องฟู หลังการแข่งขันภายในประเทศรุนแรงขึ้น
สายการบินต่างๆ พากันขยายฝูงบิน เปิดเส้นทางใหม่ และวางแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ อันเป็นการเคลื่อนไหวที่จะทำให้เวียดนามกลายเป็น 1 ใน 3 ตลาดการบินที่ขยายตัวเร็วที่สุดในโลก
แม้เศรษฐกิจเวียดนามจะมีอัตราการขยายตัวเพียง 5% ซึ่งช้าที่สุดในรอบ 13 ปี แต่ความต้องการเดินทางทางอากาศกลับขยายตัวขึ้นในอัตราตัวเลข 2 หลัก ซึ่งทำให้เวียดนามกลายเป็นเแหล่งธุรกิจแห่งใหม่ของบรรดาผู้ผลิตเครื่องบินพาณิชย์ระดับโลกอย่าง โบอิง และแอร์บัส รวมถึงผู้ผลิตเครื่องบินระดับท้องถิ่น อย่าง มิตซูบิชิ แอร์คราฟท์, บอมบาดิเอร์ และเอมเบรเออร์
สมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ ไออาตา คาดการณ์ว่า เวียดนามจะกลายมาเป็นตลาดที่มีการเติบโตเร็วสุดเป็นอันดับ 3 ของโลก ในด้านการขนส่งผู้โดยสาร และสินค้าระหว่างประเทศ ภายในปีหน้า และเป็นตลาดโตเร็วสุดอันดับ 2 ของโลก ในด้านการขนส่งทางอากาศภายในประเทศ
ขณะที่กรมขนส่งทางอากาศเวียดนามคาดว่า ในปีนี้ การเดินทางทางอากาศภายในประเทศ จะขยายตัวขึ้น 15% สูงกว่า 2 เท่าของการเติบโตเมื่อปีที่แล้วที่ 7%
สายการบินต่างๆ ของเวียดนาม มีแผนที่จะขยายฝูงบินของตัวเองในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า เพิ่มขึ้น 2 หรือ 3 เท่า เพื่อรองรับความต้องการภายในประเทศที่มีประชากร 90 ล้านคน และนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในเวียดนาม ที่มีอัตราการขยายตัวโดยเฉลี่ยปีละ 20%
เมื่อเร็วๆ นี้ เวียดเจ็ท อาวิเอชัน จอยท์ สต็อก โค ซึ่งเป็นสายการบินเอกชนรายแรกของเวียดนาม เพิ่งบรรลุข้อตกลงถึงการสำรองคำสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส สูงสุด 92 ลำ มูลค่าราว 9,000 ล้านดอลลาร์
สายการบินทุนต่ำรายนี้ มีแผนที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในฮ่องกง หรือสิงคโปร์ ในปี 2558 เพื่อหาเงินทุนสนับสนุนการขยายฝูงบิน ซึ่งนาย ลู ดึ๊ก คานห์ กรรมการผู้จัดการเวียดเจ็ท เผยว่า บริษัทมีแผนที่จะเริ่มให้บริการเที่ยวบินไปหลายประเทศ รวมถึง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ มาเลเซีย จีน และรัสเซีย อีกทั้งในอนาคต ยังอาจเปิดให้บริการเที่ยวบินไปยังสหรัฐ อันเป็นประเทศที่มีคนเชื้อสายเวียดนามพำนักอยู่ร่วม 4 ล้านคน
เวียดเจ็ทมีแผนที่จะเพิ่มฝูงบินขึ้น 2 เท่า ให้มีเครื่องบิน 20 ลำ ภายในปี 2558 และกำลังเร่งดำเนินการเพื่อร่วมทุน 3 ฝ่าย กับสายการบินแห่งหนึ่งของพม่า และสายการบินกานต์แอร์ของไทย
แผนขยายธุรกิจที่ชัดเจนของเวียดเจ็ท อาจสร้างความสั่นสะเทือนให้กับคู่แข่งที่มีขนาดใหญ่กว่าอย่าง เวียดนาม แอร์ไลน์ส (วีเอ็นเอ) ทั้งอาจเร่งให้สายการบินแห่งชาติรายนี้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และขยายฝูงบินเร็วขึ้น หลังจากที่ล่าช้ามาเป็นเวลานาน
วีเอ็นเอมีแผนที่ขยายฝูงบิน 28% มาอยู่ที่ 101 ลำ ภายในปี 2558 และเตรียมที่จะนำหุ้นออกขายต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก หรือทำไอพีโอ ราวไตรมาส 2 ของปี 2557 ซึ่งฝูงบินของวีเอ็นเอ มีทั้งแอร์บัส และโบอิง โดยในขณะนี้วีเอ็นเอมีคำสั่งซื้อเครื่องบินโบอิง 787 ดรีมไลน์เนอร์ของบริษัทโดยตรงอยู่ 8 ลำ และอีก 11 ลำผ่านทางบริษัทเช่าซื้อ





