"เอดีบี"จี้เอเชียลงทุนพัฒนาพลังงาน คาดภายในปี 2578 บริโภคพลังงานมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก
ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย หรือ เอดีบี เผยรายงาน "แนวโน้มพลังงาน เอเชีย แปซิฟิค" ฉบับล่าสุด ที่แสดงให้เห็นว่า การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของภาคอุตสาหกรรม เมือง และยานพาหนะ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ทำให้ความต้องการพลังงานของเอเชีย แปซิฟิค มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทศวรรษต่อๆ ไป
ภายในปี 2578 ภูมิภาคนี้จะมีการบริโภคพลังงานมากกว่าครึ่งหนึ่งของพลังงานทั้งโลก โดยมีการบริโภคไฟฟ้ามากขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัว เนื่องจากการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ ทำให้ความต้องการเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย โดยคาดว่าความต้องการพลังงานของภูมิภาคนี้ จะเพิ่มขึ้นปีละ 2.1% ระหว่างปี 2553- 2578 เร็วกว่าอัตราคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ 1.5% ต่อปีในช่วงเวลาเดียวกัน
อัตราการขยายตัวดังกล่าว ทำให้ความต้องการพลังงานในเอเชียแปซิฟิก ทะยานขึ้นถึง 8,358.3 ล้านตันเมื่อเทียบเป็นปริมาณน้ำมัน ในอีก 25 ปีข้างหน้า จากระดับ 4,985.2 ล้านตันในปี 2553
ความต้องการดังกล่าว ทำให้ชาติเอเชียแปซิฟิกจำเป็นต้องลงทุนมากถึง 11.7 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2578 เพื่อรองรับความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า โดยในจำนวนนี้ เป็นการลงทุนด้านไฟฟ้า และระบบทำความร้อนมากสุดราว 73% ของยอดการลงทุนโดยรวม ส่วนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการผลิต และจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติคิดเป็นสัดส่วน 11% ขณะน้ำมันที่ราว 8.5% และถ่านหินที่ 8.1%
เอดีบีย้ำว่า การลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านนี้ เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อการพัฒนาดุลการเงินสำหรับสาธารณูปโภคพื้นฐาน และเพื่อให้รองรับกับความต้องการการลงทุนในอนาคตได้
ปริมาณการนำเข้าน้ำมันสุทธิของเอเชียแปซิฟิก จะขยายตัวขึ้นไปอยู่ในระดับมากกว่า 25 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายในปี 2578 หรือใกล้กับระดับการผลิตน้ำมันดิบในปัจจุบันของตะวันออกกลาง และมีความต้องการแซงหน้าภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก
ภาคอุตสาหกรรมขนส่ง จะเป็นภาคธุรกิจที่มีความต้องการพลังงานมากสุด ขณะที่ความต้องการไฟฟ้าจะทะยานขึ้นมากกว่า 2 เท่า ในช่วง 25 ปี เพื่อรองรับความต้องการในการใช้ชีวิตที่มีมาตรฐานสูงขึ้น และเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่อง
สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาติสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียนนั้น เอดีบีประเมินว่า ความต้องการพลังงานจะเพิ่มขึ้นจากระดับ 554.8 ล้านตันเมื่อปี 2553 ไปอยู่ที่ 1,110.2 ล้านตันในปี 2578 ด้วยอัตราการเติบโตที่ปีละ 2.8%
ขณะที่น้ำมัน ยังคงเป็นแหล่งพลังงานหลักของอาเซียนไปตลอดระยะเวลา 25 ปีจากนี้ ส่วนความต้องการถ่านหินขยายตัวเร็วสุดที่อัตรา 4.8% ต่อปี





