ผลกระทบมหาศาล หากสหรัฐผิดนัดชำระหนี้ คาดหนี้สินของกระทรวงการคลังจะพุ่งชนเพดานที่16.7ล้านล้านดอลลาร์
ไม่มีใครประเมินได้อย่างแน่ชัดว่าสหรัฐจะผิดนัดชำระหนี้เมื่อไร หากสภาไม่เพิ่มเพดานการกู้ยืมของรัฐบาลในวันที่ 17 ต.ค.นี้
แม้แต่กระทรวงการคลังก็ไม่ทราบว่าจะมีรายได้จากภาษีเข้ามาเท่าใดในแต่ละวันหลังวันที่ 17 ต.ค. โดยคาดว่าหนี้สินของกระทรวงจะพุ่งชนเพดานที่ 16.7 ล้านล้านดอลลาร์ในวันเดียวกัน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐก็ไม่สามารถคาดการณ์รายจ่ายของรัฐบาลได้อย่างแน่นอนในแต่ละวันด้วย
แต่นักวิเคราะห์พยายามประเมินกระแสเงินสดของรัฐบาลโดยพิจารณาจากการเคลื่อนไหวในบัญชีธนาคารรายวันของกระทรวงการคลังในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหากวันที่ 17 ต.ค. กระทรวงการคลังหมดหนทางในการควบคุมหนี้สินให้อยู่ในเพดาน และไม่สามารถกู้เงินใหม่ได้ คาดว่ากระทรวงจะมีเงินสดเหลืออยู่ราว 3 หมื่นล้านดอลลาร์
ต่อไปในช่วงวันที่ 18 ต.ค.-29 ต.ค. ทุนสำรองเงินสดของกระทรวงการคลังจะลดลงอย่างรวดเร็ว โดยรัฐบาลมีรายได้ไหลเข้ามา 70% ของรายจ่าย
สถานการณ์จะพลิกกลับชั่วคราวในวันที่ 22 ต.ค. เมื่อรัฐบาลมีรายได้สูงกว่ารายจ่ายราว 3.5 พันล้านดอลลาร์ แต่เป็นภาวะชั่วคราวและจะเผชิญปัญหาใหญ่วันที่ 24 ต.ค. เพราะกระทรวงการคลังต้องจ่ายเงิน 1.8 พันล้านดอลลาร์ให้ผู้รับเหมาด้านอาวุธ, 2.2 พันล้านดอลลาร์ให้แก่แพทย์และโรงพยาบาลที่รักษาคนชราภายใต้โครงการเมดิแคร์และ 1.11 หมื่นล้านดอลลาร์ให้โครงการสวัสดิการสังคม ขณะที่ทางกระทรวงมีรายได้จากภาษีและรายได้อื่นๆรวมกันเพียง 9.6 พันล้านดอลลาร์
ปัจจัยหนึ่งที่คาดการณ์ได้ยากคือประเด็นที่ว่า นักลงทุนในตลาดพันธบัตรจะยังคงไว้วางใจในกระทรวงการคลังหรือไม่
ทั้งนี้ ถึงแม้รัฐบาลไม่สามารถเพิ่มการก่อหนี้ได้แต่สามารถต่ออายุพันธบัตรที่ครบกำหนดไถ่ถอนได้ โดยนักลงทุนมีโอกาสในการไถ่ถอนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐราว 1 แสนล้านดอลลาร์ทุกๆสัปดาห์
แต่ที่ผ่านมา นักลงทุนมักเลือกที่จะนำเงินดังกล่าวกลับมาลงทุนใหม่
ถ้าความกังวลเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ส่งผลให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในพันธบัตรใหม่ของสหรัฐ ฐานะการเงินของกระทรวงการคลังก็อาจทรุดลง
หากเวลาล่วงมาถึงวันที่ 30 ต.ค. รัฐบาลจะผิดนัดชำระหนี้ เพราะจะถือเงินในปริมาณที่ต่ำกว่ารายจ่ายที่จำเป็นราว 7 พันล้านดอลลาร์
รัฐบาลระบุว่า เจ้าหนี้ทุกรายจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ กระทรวงการคลังระบุว่าไม่มีความสามารถในการเลือกว่าจะจ่ายเงินให้เจ้าหนี้รายใดก่อนรายอื่น บริษัทบางแห่งที่มีรัฐบาลสหรัฐเป็นลูกค้ารายใหญ่จะได้รับความเสียหายมาก
หากล่วงมาถึงวันที่ 31 ต.ค. จะเป็นกำหนดที่กระทรวงการคลังต้องจ่ายดอกเบี้ย 6 พันล้านดอลลาร์ให้ผู้ถือครองพันธบัตร
พันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐถือเป็นพื้นฐานของระบบการเงินโลก เพราะการลงทุนในพันธบัตรสหรัฐถือเป็นการลงทุนที่ปราศจากความเสี่ยง โดยรัฐบาลสหรัฐจ่ายอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำมากในปัจจุบันนี้ เพราะรัฐบาลมีประวัติที่แข็งแกร่งในด้านการชำระหนี้ ดังนั้นถ้าหากสหรัฐผิดนัดชำระหนี้ ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลสหรัฐก็จะพุ่งสูงขึ้น ตลาดหุ้นก็อาจจะดิ่งลง และผู้บริโภคก็อาจจะปรับลดการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ





