จีนมีแนวโน้มแซงหน้าอินเดียเป็นประเทศบริโภคทองคำอันดับหนึ่งของโลกในปีนี้ หลังแรงขับเคลื่อนในตลาดย้ายจากตะวันตกสู่ตะวันออก
กรรมการผู้จัดการสภาทองคำโลก ภาคพื้นตะวันออกไกล "นายอัลเบิร์ต เจิ้ง" เปิดเผยว่า มีแนวโน้มอย่างมากที่ความต้องการทองคำของจีนในปีนี้ จะแซงหน้าอินเดียขึ้นมาเล็กน้อย โดยตลาดทองคำจีนอาจมีปริมาณการซื้อขายเกินกว่า 1,000 ตัน เทียบกับการซื้อขายในตลาดทองคำโลกที่ประมาณปีละ 4,400 ตัน ซึ่งประกอบด้วยทองคำใหม่จากการผลิตในเหมือง 2,800 ตัน และทองคำที่มีอยู่แล้ว 1,600 ตัน
นายเจิ้งกล่าวว่า การบริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้แรงหนุนจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ และรัฐบาลไม่มีข้อกำหนดในตลาด ทำให้ชาวจีนทั่วไปหาซื้อทองคำได้ง่าย เขาประเมินว่าขณะนี้มีร้านทองราว 1 แสนร้านในจีน และธนาคาร 20 แห่งขายทองคำแท่ง หรือสัญญาลงทุนในทองคำ
กรรมการผู้จัดการสภาทองคำโลกฝ่ายภาคพื้นตะวันออกไกล กล่าวด้วยว่า อินเดียและจีนคือเครื่องยนต์แฝดสำหรับตลาดทองคำ การบริโภคทองคำของทั้งสองประเทศคิดเป็น 60% ของการบริโภคทองคำในโลก แต่ความต้องการของอินเดียชะลอลงสองปีมาแล้ว
ทั้งนี้ ราคาทองคำพุ่งสูงระหว่างวิกฤติการเงินโลกและหนี้สินของยุโรป เมื่อนักลงทุนหันมาถือทองคำในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจมีปัญหา แต่เมื่อมีการคาดการณ์กันมากว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น ราคาทองคำจึงตกลงราว 20% ในปีนี้ ปัจจุบันเคลื่อนไหวที่ราว 1,340 ดอลลาร์ต่อออนซ์





