คณะตรวจสอบอาวุธเคมีนานาชาติจะเข้าสู่ซีเรีย ประเทศที่แตกแยกเพราะสงครามในวันนี้ เพื่อเริ่มต้นปฏิบัติการลดอาวุธที่อันตรายและใหญ่ที่สุด
การที่มีก๊าซซาริน ก๊าซมัสตาร์ด และอาวุธเคมีต้องห้ามอื่น ๆ กว่า 1,000 ตัน เก็บสำรองไว้ตามที่ต่างๆ ทั่วซีเรีย ทำให้สหประชาชาติหรือยูเอ็น และองค์กรเฝ้าระวังการใช้อาวุธเคมีนานาชาติ ต้องร้องขอผู้เชี่ยวชาญที่หาได้ยากให้เข้าร่วมปฏิบัติการอย่างเร่งด่วน ผู้สมัครต้องพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความเสี่ยงที่ถึงชีวิต
เลขาธิการยูเอ็น "นายบัน คีมูน" เรียกปฏิบัติการนี้ว่า "น่าหวาดหวั่น" หลังคณะมนตรีความมั่นคงของยูเอ็นลงมติเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ให้กำจัดอาวุธเคมีของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด
การปฏิบัติภารกิจขององค์กรห้ามใช้อาวุธเคมี หรือโอพีซีดับเบิ้ลยู ตามอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี ปี 2536 จะดำเนินการคู่ขนานกับการสอบสวนของยูเอ็น กรณีการใช้ก๊าซซารินจำนวนมหาศาลโจมตีกรุงดามัสกัสในเดือนสิงหาคม และการโจมตีที่ต้องสงสัยว่าใช้อาวุธเคมีครั้งอื่น ๆ
ทูตประจำยูเอ็นหลายคนเปิดเผยว่า รายละเอียดสุดท้ายของแผนการสหรัฐ-รัสเซียในการกำจัดการคลังแสงอาวุธเคมีของซีเรีย ที่คาดว่ามีราว 45 แห่งยังไม่บรรลุ
การกำจัดอาวุธเคมีที่อันตรายเคยเกิดขึ้นแล้วในอิรักและลิเบีย แต่ไม่เคยเกิดขึ้นท่ามกลางสงครามที่รุนแรงอย่างในซีเรีย ที่ข้อมูลจากยูเอ็นระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 1 แสนคน
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า โอพีซีดับเบิ้ลยูต้องการผู้ตรวจสอบมากถึง 200 คน แต่ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ที่พร้อมจะทำงานหนักมีไม่ถึงครึ่ง โอพีซีดับเบิ้ลยูต้องร้องขอให้ชาติมหาอำนาจส่งนักวิทยาศาสตร์มาช่วย ผู้ตรวจสอบที่จะเข้ามาในพื้นที่จะกลายเป็นเป้าหมายใหม่ของการโจมตี การต่อสู้จะเกิดขึ้นขณะเคลื่อนย้ายอาวุธเคมีออกจากซีเรียเพื่อนำไปทำลาย
แผนการสหรัฐ-รัสเซียกำหนดเป้าภารกิจเสร็จสมบูรณ์กลางปี 2557 แต่มีไม่กี่คนที่เชื่อว่าจะทำได้





