ค่าเงินรูเปี๊ยะห์พลาดโอกาสที่จะฟื้นตัวตามเพื่อนร่วมตลาดเกิดใหม่ นับแต่ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตัดสินใจในเดือนก.ย.ที่ผ่านมา
นับแต่ที่เฟดสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดเมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ด้วยการเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการเข้าซื้อพันธบัตรจำนวน 85,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือนต่อไปนั้น ค่าเงินของบรรดาประเทศเกิดใหม่ ไล่ตั้งแต่เงินเรียล บราซิล ไปจนถึง เงินรูปี อินเดีย ต่างแข็งค่าขึ้นมาอย่างมาก
แต่เงินรูเปี๊ยะห์ กลับตกอยู่ภายใต้แรงกดดันเหมือนเดิม โดยนับแต่ที่เฟดประกาศออกมา รูเปียะห์อ่อนค่าลงมาแล้ว 0.6% เทียบกับชาติอื่นๆ อาทิเช่น รูปีอินเดีย ที่แข็งค่าขึ้นมา 1.5% ซึ่งการที่ค่าเงินอ่อนค่าลงมาเคลื่อนไหวอยู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปีครึ่งนั้น สร้างแรงกดดันอย่างมากให้กับบริษัทต่างๆ ในอินโดนีเซีย
โบโซวา คอร์ป ซึ่งธุรกิจรวมถึง ผลิตซีเมนต์ และจัดจำหน่ายรถยนต์ ถือเป็นตัวอย่างชั้นดีสำหรับบริษัทอินโดนีเซีย ที่จะได้รับผลกระทบจากค่าเงินที่อ่อนค่าลง เพราะบริษัทต้องจ่ายเงินค่าเครื่องจักร และนำเข้าวัตถุดิบด้วยสกุลเงินต่างประเทศ และขายออกไปในสกุลรูเปียะห์
"การที่เงินรูเปียะห์อ่อนค่าลงมาอยู่ในระดับที่ 10,000 รูเปียะห์ต่อดอลลาร์ หรือมากกว่านี้ จะทำให้ทุกบริษัทที่อยู่ในสถานะเดียวกับเรา ต้องทบทวนแผนการดำเนินธุรกิจ และขยายกิจการ" นายเออร์วิน อักซา หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) โบโซวา กล่าว
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้โบโซวาตัดสินใจเลื่อนแผนการสร้างโรงงานแห่งใหม่บนเกาะชวา ออกไปอย่างน้อย 6 เดือน เพราะมองเห็นแนวโน้มการดำเนินงานที่ไม่สดใสนัก โดยโบโซวากู้ยืมเงินมา 310 ล้านดอลลาร์ เพื่อเป็นทุนสำหรับการขยายโรงงานในจ.สุลาเวสี แต่ต้นทุนการนำเข้าเครื่องจักร และชิ้นส่วนต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทต้องของให้ธนาคารเจ้าหนี้เพิ่มการปล่อยกู้ ซึ่งนายอักซา บอกว่า ถ้าการขอกู้เพิ่มเกิดขึ้นเมื่อ 1 ปีที่แล้ว บริษัทก็น่าจะได้รับเงินกู้เพิ่มโดยอัตโนมัติ แต่ปัจจุบัน ธนาคารยังคงพิจารณาเรื่องนี้อยู่
ทั้งนี้ นับแต่ต้นปี 2556 เงินรูเปี๊ยะห์อ่อนค่าลงมากกว่า 16% ทำให้เป็นค่าเงินที่มีผลประกอบการย่ำแย่สุดในบรรดาสกุลเงินหลักของโลก เทียบกับเงินรูปีอินเดีย ที่อ่อนค่าลงไป 12% ในช่วงเวลาเดียวกัน
นักวิเคราะห์ชี้ว่า บริษัท และมหาเศรษฐีอินโดนีเซีย อาจตัดสินใจที่จะถือครองสินทรัพย์ต่างแดนในรูปเงินดอลลาร์มากขึ้น ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่มักเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เกิดความตึงเครียด .ซึ่งยิ่งสร้างแรงกดดันให้กับค่าเงินท้องถิ่น





