นายกรัฐมนตรีหวั่นแผนกระตุ้นภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจพลาดเป้า
นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น เห็นเค้าลางว่าแผนกระตุ้นภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของเขากำลังส่งผล เมื่อสองบริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่ของประเทศเผยแผนลงทุนเพิ่มการผลิต มูลค่า 900 ล้านดอลลาร์
แต่สิ่งที่อาจสวนทางกับเป้าหมายของผู้นำญี่ปุ่น คือ โรงงานประกอบรถยนต์แห่งใหม่ และการขยายโรงงานของมาสด้า มอเตอร์ กับฮอนด้า มอเตอร์ นั้นไม่ได้อยู่ในญี่ปุ่น แต่อยู่ในไทย
ตั้งแต่รับตำแหน่งเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ความพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจของนายอาเบะส่งผลต่อการลงทุนภาคเอกชนในญี่ปุ่นน้อยมาก แต่กลับเร่งการลงทุนของญี่ปุ่นในประเทศอื่นๆ ในเอเชียได้อย่างน่าประหลาด
องค์กรส่งเสริมการค้านอกประเทศญี่ปุ่น หรือเจโทร รายงานว่า การใช้จ่ายด้านทุนในญี่ปุ่นลดลง 4% ในช่วงหกเดือนแรกของปีนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2555 ขณะที่การลงทุนของญี่ปุ่นในเอเชียเพิ่มขึ้น 22%
นักเศรษฐศาสตร์จากเอชเอสบีซีในฮ่องกง นายอิซุมิ ดีวาลิเออร์ กล่าวว่า การลงทุนภาคการผลิตยังคงหดตัว เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ กำลังลงทุนในต่างประเทศ
การใช้จ่ายภาครัฐและเงินเยนอ่อนค่าไม่สามารถปกปิดความจริงที่ว่า ภาคการผลิตของญี่ปุ่นยังคงละทิ้งประเทศของตัวเอง ที่ประชากรกำลังหดตัว แถมมีต้นทุนสูง และมีอุปสรรคด้านกฎระเบียบ โดยบรรดาผู้ผลิตพากันหันไปหาประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็วในเอเชียและประชากรไม่สูงวัยมากนัก
แนวโน้มการอ่อนค่าของเงินเยน ซึ่งอ่อนค่าลง 20% เทียบกับดอลลาร์ตั้งแต่เดือนธ.ค. และทำให้กำลังซื้อของญี่ปุ่นน้อยลง มีแต่เร่งให้บริษัทต่างๆ รีบลงทุนในต่างประเทศ
แม้อาจเกิดคำถามว่า "อาเบะโนมิกส์" ได้ผลในญี่ปุ่นหรือไม่ แต่คำตอบหนึ่งคือมาตรการดังกล่าวสามารถบรรเทาแรงปะทะของเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และการที่นักลงทุนถอนเงินดอลลาร์ออกจากเอเชียด้วยเชื่อมั่นว่าสหรัฐและยุโรปฟื้นตัว
ธนาคารกลางญี่ปุ่นรายงานว่า ระหว่างเดือนมิถุนายน 2555-มิถุนายน 2556 บริษัทญี่ปุ่นเก็บเงินไว้ 1.44 แสนล้านดอลลาร์ ทำให้มีเงินสดสะสมรวม 2.24 ล้านล้านดอลลาร์ หมายความว่ารายได้สุทธิเพิ่มเติมที่ได้มาทุกเยนนั้น สามในสี่ถูกออมไว้ในธนาคาร
ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์บางคนมองว่าอาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าการลงทุนจะสะท้อนถึงผลกระทบของ "อาเบะโนมิกส์"





