สัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐได้แรงหนุนจากความเฟื่องฟูของตลาดหลักทรัพย์ ไม่ได้กระจายมาถึงคนทั่วไป
จำนวนคนอเมริกันที่มีฐานะยากจน เพิ่มขึ้นเป็น 46.5 ล้านคนเมื่อปีที่แล้ว อันเป็นสัญญาณล่าสุดว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจซึ่งได้แรงหนุนจากความเฟื่องฟูของตลาดหลักทรัพย์ ไม่ได้กระจายมาถึงคนทั่วไป
ตัวเลขจากสำนักสำรวจสำมะโนประชากรสะท้อนบาดแผลที่ยังค้างคาอยู่จากภาวะตกต่ำทางเศรษฐกิจเมื่อปี 2550-2552 และทำให้มีข้อถกเถียงใหม่เกี่ยวกับมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลและเพิ่มความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดการเรียกร้องให้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีกครั้ง
รายงานระบุว่า แม้จำนวนคนที่มีความเป็นอยู่ยากจนเพิ่มขึ้นจาก 46.2 ล้านคนเมื่อปี 2554 แต่อัตราความยากจนทั่วประเทศยังอยู่ในระดับเดิมที่ 15% โดยเส้นเริ่มต้นความยากจนในปี 2555 คือระดับรายได้ 23,492 ดอลลาร์ต่อครอบครัว 4 คน
ประธานศูนย์เพื่อความก้าวหน้า กล่าวว่า ข้อมูลตอกย้ำว่าถึงเวลาแล้วสำหรับสภาที่จะทบทวนและเปลี่ยนจุดเน้นจากมาตรการรัดเข็มขัด ไปสู่การสร้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีการกระจายประโยชน์ไปยังทุกภาคส่วน
การพุ่งขึ้นของราคาหุ้นสู่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ส่วนหนึ่งผลจากนโยบายผ่อนคลายทางการเงินอย่างหนักของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ถือเป็นจุดเริ่มต้นการฟื้นตัวจากภาวะถดถอยครั้งร้ายแรงที่สุดตั้งแต่ทศวรรษ 30
อย่างไรก็ตาม แม้ดัชนีเอสแอนด์พี 500 มีอัตราผลตอบแทนสูงขึ้น 16% เมื่อปีที่แล้ว แต่สำนักสำรวจสำมะโนประชากรระบุว่ารายได้เฉลี่ยของครัวเรือนลดลงเหลือ 51,017 ดอลลาร์ จาก 51,100 ดอลลาร์เมื่อปี 2554 ขณะที่เศรษฐกิจต้องพยายามอย่างหนักเพื่อรักษาการเติบโตให้สูงกกว่า 2.5% ตั้งแต่ภาวะถดถอยสิ้นสุดลง
ส่วนการจ้างงานอีกครั้งหลังจากมีการสูญงานไปกว่า 8 ล้านตำแหน่งในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำนั้น ก็ปรากฎว่างานที่มีการว่าจ้างอยู่ในอุตสาหกรรมบริการอย่างค้าปลีกและภัตตาคาร ที่ปกติให้ค่าตอบแทนไม่สูงนัก
นอกจากนั้น การรัดเข็มขัดของรัฐบาลกลางเพื่อลดการขาดดุลงบประมาณ ก็ทำให้การประกันสังคมลดลงไปมาก
ตัวเลขระบุว่าเด็กประมาณ 16.1 ล้านคนและผู้มีอายุ 65 ปีหรือมากกว่านั้นจำนวน 3.9 ล้านคน มีฐานะยากจนเมื่อปีที่แล้ว รองประธานด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจในครอบครัวแห่งศูนย์กฎหมายสตรีระบุว่าผู้คนหลายล้านกำลังดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ขณะที่คนรวยสุดๆ ที่มีจำนวนเพียง 1% กลับมีฐานะดีขึ้น
ข้อมูลของสำนักสำมะโนประชากร คล้ายคลึงกับการสำรวจความเห็นก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า 4 ปีหลังจากภาวะถดถอยสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ ปรากฎว่าผู้ใหญ่อเมริกันจำนวนมากยังมีรายได้ลดลงจากเมื่อก่อนเกิดปัญหาเศรษฐกิจ และบางรายถึงขั้นหิวโหย ซึ่งผลสำรวจนี้สะท้อนถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ไม่สม่ำเสมอ
การสำรวจความเห็นของกัลลัปพบว่า 2% ของผู้ใหญ่อเมริกัน หรือคิดเป็นจำนวน 1 ใน 5 ของผู้ถูกสำรวจ ระบุว่ามีหลายครั้งที่เมื่อปีที่แล้วพวกเขามีเงินไม่พอซื้ออาหารสำหรับตัวเองหรือครอบครัว
อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณที่ดีในบางด้านเช่นกัน เห็นได้จากการที่ประชาชนที่ไม่ประกันสุขภาพ มีจำนวน 48 ล้านคน ลดลงเล็กน้อยจาก 48.6 ล้านคนเมื่อปี 2554 ส่วนจำนวนผู้มีประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นเป็น 263.2 ล้านคนเมื่อปีที่แล้ว จาก 260.2 ล้านคนในปีก่อน
จำนวนผู้ไม่มีประกันสุขภาพลดลงติดกันเป็นปีที่ 2 ตั้งแต่ร่างกฎหมายดูแลสุขภาพแบบไม่แพงเกินไปนักของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผ่านความเห็นชอบเมื่อปี 2553





