"ดิลมา รูสเซฟฟ์ "ยกเลิกแผนการเยือนสหรัฐ อย่างเป็นทางการ เนื่องจากมีการเปิดเผยว่า สหรัฐแอบสอดแนมการสื่อสารส่วนตัว
ประธานาธิบดีดิลมา รูสเซฟฟ์ ของบราซิล ได้ยกเลิกแผนการเยือนสหรัฐ อย่างเป็นทางการ เนื่องจากมีการเปิดเผยว่า สหรัฐแอบสอดแนมการสื่อสารส่วนตัวของเธอและของเจ้าหน้าที่บราซิลคนอื่นๆ
การตัดสินใจของนางรูสเซฟฟ์ มีขึ้นแม้ได้รับโทรศัพท์สายตรงจากประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐ และสนทนากันเป็นเวลา 20 นาที เพื่อโน้มน้าวให้เธอเยือนสหรัฐตามกำหนด ซึ่งการยกเลิกการเยือนครั้งนี้ ได้กระทบความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติที่ได้ชื่อว่าเป็นยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจในทวีปอเมริกา
ทำเนียบขาวและทำเนียบประธานาธิบดีบราซิล ต่างอ้างต่อสาธารณชนว่า การเลื่อนการเยือนเป็นความเห็นชอบของทั้งสองฝ่าย และจะมีขึ้นในภายหลัง ทั้งที่สองฝ่ายทราบดีว่า เป็นการตัด
สินใจของนางรูสเซฟฟ์แต่เพียงฝ่ายเดียว และไม่มีแนวโน้มว่าจะมีการเยือนเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้
ความสัมพันธ์ระหว่างบราซิลกับสหรัฐ ได้ปรับปรุงขึ้นอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่นางรูสเซฟฟ์เข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2554 ก่อนจะมีการเปิดโปงว่า สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐหรือเอ็นเอสเอ สอดแนมอีเมล ข้อความทางโทรศัพท์มือถือ และโทรศัพท์ระหว่างเธอกับที่ปรึกษา
หลักฐานเหล่านี้มาจากการเปิดโปงของนายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตลูกจ้างบริษัทคู่สัญญาของเอ็นเอสเอ ทำให้รัฐบาลบราซิล ออกแถลงการณ์ด้วยความไม่พอใจว่า พฤติกรรมการสอดแนมโดย
ผิดกฎหมายที่ดักฟังการสื่อสารและข้อมูลอื่น ๆ ของพลเรือน บริษัทและสมาชิกในรัฐบาลของบราซิล เป็นการละเมิดอธิปไตยแห่งชาติและสิทธิส่วนบุคคลอย่างร้ายแรง
สหรัฐอ้างว่า การสอดแนมของเอ็นเอสเอ มีเป้าหมายติดตามกิจกรรมต้องสงสัยของผู้ก่อการร้ายและไม่ได้ตั้งในละเมิดการสื่อสารส่วนตัว โดยเฉพาะนางรูสเซฟฟ์ ซึ่งการยกเลิกการเยือนครั้งนี้
ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสหรัฐ เนื่องจากคาดว่าจะมีการทำข้อตกลงเรื่องการสำรวจน้ำมันและเทคโนโลยีเชื้อเพลิงชีวภาพ และบราซิลก็มีแนวโน้มว่าจะซื้อเครื่องบินรบจากโบอิ้งด้วย





