สิงคโปร์ประกาศกฎระเบียบใหม่เพื่อจำกัดบัตรเครดิตและการปล่อยกู้ ท่ามกลางความวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับหนี้สินครัวเรือนที่สูงขึ้นในเอเชีย
ระดับหนี้สินในเอเชียพุ่งขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผลจากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำและการปล่อยกู้อย่างหนักของภาคธนาคาร
ข้อมูลที่สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด รวบรวบมา ระบุว่าสัดส่วนหนี้สินต่อจีดีพีของสิงคโปร์อยู่ที่ประมาณ 75% ในปัจจุบัน เพิ่มขึ้นจาก 55% เมื่อปี 2553 และ 45% เมื่อปี 2548 สำหรับในเอเชียนั้นประเทศที่มีระดับหนี้ครัวเรือนสูงที่สุดคือเกาหลีใต้ มาเลเซีย ไทย ส่วนสิงคโปร์อยู่ระดับกลางๆ
ที่ผ่านมา สิงคโปร์ได้ดำเนินมาตรการหลายอย่างเพื่อควบคุมการปล่อยกู้สำหรับซื้ออสังหาริมทรัพย์ ล่าสุดทางการปรับเปลี่ยนกฎสำหรับการปล่อยกู้ที่ไม่มีหลักประกัน ซึ่งจะมีผลบังคับใช้เป็นขั้นตอน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. กฎระเบียบดังกล่าวรวมถึงการจำกัดจำนวนเงินกู้ที่ไม่มีหลักประกันที่ประชาชนสามารถกู้ได้ ให้อยู่ที่สูงสุด 12 เท่าของรายได้รายเดือน
กรมการเงินสิงคโปร์แถลงว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีเป้าหมายที่การปรับปรุงวิธีปล่อยกู้ของสถาบันการเงิน และเปิดโอกาสให้ประชาชนตัดสินใจเกี่ยวกับการกู้ยืมได้ดียิ่งขึ้น
สิงคโปร์ ซึ่งมีประชากร 5.3 ล้านคน มีบัตรเครดิตใช้หมุนเวียน 9.3 ล้านใบเมื่อปลายปีที่แล้ว เพิ่มขึ้นจาก 8.3 ล้านใบเมื่อปลายปีก่อน ขณะที่ภาคธนาคารแทงบัญชีหนี้สูญสำหรับหนี้เสีย 226.6 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว เพิ่มขึ้น 21% จากเมื่อสิ้นปี 2554





