บีโอเจจี้ญี่ปุ่นเพิ่มส่งออก เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจที่ได้รับแรงส่งจากการขับเคลื่อนจากการบริโภค-ลงทุนในประเทศ หนุนญี่ปุ่นพ้นปัญหา"เงินฝืด"
กรรมการบริหารธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือบีโอเจ "นายโคจิ อิชิดะ" กล่าวว่า ภาคส่งออกของญี่ปุ่นจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอีก เพื่อรักษาการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ได้แรงขับเคลื่อนจากความต้องการภายในประเทศในขณะนี้ เป็นการส่งสัญญาณว่าความไม่แน่นอนทั่วโลกยังคงเป็นอุปสรรคต่อแผนของรัฐบาลญี่ปุ่น ที่ตั้งเป้าจะหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดภายใน 2 ปี
นายอิชิดะ ย้ำถึงผลประเมินของบีโอเจว่า เศรษฐกิจของประเทศกำลังฟื้นตัวพอสมควร ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการบริโภคของภาคเอกชน แต่ขณะเดียวกัน ก็เตือนว่า ตัวเลขการส่งออกที่ฟื้นตัวช้าเป็นอุปสรรคสำหรับบริษัทต่างๆในการกระตุ้นรายจ่ายลงทุน และเป็นภาระต่อผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
นายอิชิดะกล่าวอีกว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในอดีตส่วนใหญ่ได้แรงหนุนจากภาคส่งออก ขณะที่การฟื้นตัวในปัจจุบันได้แรงหนุนจากความต้องการภายในประเทศ เช่น การบริโภคของภาคเอกชน การลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์ และรายจ่ายด้านสาธารณูปโภค แต่ภาคการส่งออกก็จะต้องเริ่มมีบทบาทเป็นตัวขับเคลื่อน
เศรษฐกิจของญี่ปุ่นขยายตัวจากปีก่อน 3.8% ในไตรมาสซึ่งสิ้นสุดเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นับเป็นการเติบโตไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน เนื่องจากมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นจากนโยบายของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ในการกระตุ้นเงินหมุนเวียนที่เพิ่มการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนและภาคเอกชน
ทั้งนี้ ตัวเลขการส่งออกของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังไม่แข็งแกร่งตามที่ผู้กำหนดนโบายคาดหวังไว้ในตอนแรก อันเป็นผลมาจากการชะลอตัวในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยเฉพาะจีน





