ความพยายามของทำเนียบขาวในการโน้มน้าวสภาให้สนับสนุนปฏิบัติการทางทหารในซีเรีย ไม่เพียงส่อเค้าล้มเหลว แต่ยังก่อให้เกิดเสียงคัดค้านด้วย
นายไมก์ โรเจอร์ ประธานกรรมาธิการข่าวกรองประจำสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์รายการเฟซ เดอะ เนชัน ของสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส ว่าทำเนียบขาวกำลังทำให้เรื่องต่างๆ ยุ่งยาก และแม้แต่เขาก็ยังกังขาในตัวเอง
สภาเปิดสมัยประชุมเมื่อวันจันทร์ และการอภิปรายเกี่ยวกับซีเรียในวุฒิสภาเต็มคณะอาจเริ่มขึ้นสัปดาห์นี้ โดยอาจมีการลงคะแนนเสียงในวันพุธ ส่วนสภาผู้แทนฯอาจหยิบเรื่องนี้ขึ้นอภิปรายช่วงปลายสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้า ดังนั้นในช่วงหลายวันนับจากนี้คาดว่าประธานาธิบดีบารัก โอบามา จะพบปะเป็นการส่วนตัวกับสมาชิกสภาหลายคน
สมาชิกพรรคเดโมแครตบางคนที่ไม่เห็นด้วยกับการโจมตี กำลังมองหาทางรักษาหน้าให้รัฐบาล โดยสส.จิม แมคโกเวิร์นจากรัฐแมสซาชูเซตต์ แนะให้โอบามาถอนคำขออำนาจโจมตีซีเรียจากสภา ก่อนที่มตินี้จะไม่ผ่านความเห็นชอบ เพราะไม่ได้รับเสียงสนับสนุนมากพอ
นับถึงขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าโอบามามีแผนถอนข้อเสนอโจมตีซีเรีย แต่มีการคาดหมายว่ารัฐบาลอาจชะลอการลงคะแนนเสียงออกไปในช่วงที่ยังล็อบบี้คะแนนเสียงได้ไม่มากพอ เห็นได้จากการที่นายจอห์น เคอร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวว่าไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ มีมติเรื่องนี้ก่อน
โอบามาจะกล่าวปราศัยกับชาวอเมริกันในวันอังคาร แต่พันธมิตรของเขาไม่วายวิตกว่าความสามารถในการฐานะนักพูดของเขาจะถูกทดสอบอย่างหนัก เพราะการสำรวจความเห็นพบว่าคนอเมริกันส่วนใหญ่คัดค้านแผนการใช้ปฏิบัติการทางทหาร
คนส่วนใหญ่ที่คัดค้านแผนการโจมตี ไม่ได้โต้แย้งในประเด็นที่ว่ารัฐบาลซีเรียใช้ก๊าซพิษกับประชาชน แต่พุ่งความวิตกไปที่ความมีประสิทธิภาพและผลพวงมากมายที่จะตามมาหากมีการลงมือโจมตี
การสำรวจความเห็นของวอชิงตันโพสต์ระบุว่า สส. 224 คนจาก 433 คนในสภาล่าง ไม่เห็นด้วยหรือโน้มเอียงไปทางไม่เห็นด้วยกับการโจมตี ส่วน 184 คนยังไม่ได้ตัดสินใจ และมีเพียง 25 คนที่สนับสนุน
ส่วนในสภาสูงนั้น วุฒิสภาเพียง 1 ใน 4 จากจำนวน 100 คน แสดงท่าทีสนับสนุนและพร้อมเปิดเผยชื่อเสียงเรียงนามว่าสนับสนุนแผนโจมตีซีเรีย ส่วนวุฒิสมาชิก 17 คนคัดค้าน
สภาพการณ์ดังกล่าวทำให้ทำเนียบขาวมีแผนเพิ่มความพยายามล็อบบี้ ขณะที่กรรมาธิการกิจการสาธารณะอเมริกัน-อิสราเอล จะระดมนักเคลื่อนไหวหลายร้อยคนล็อบบี้สมาชิกสภาเช่นกัน แต่ความพยายามคล้ายกันก่อนหน้านี้ของทำเนียบขาว ล้มเหลวมาแล้ว และนายโรเจอร์ระบุว่าเป็นความผิดของโอบามาเองที่ไม่จุดกระแสนี้ตั้งแต่หลายเดือนก่อน
นายโรเจอร์เสริมด้วยว่าโอบามาเป็นผู้บัญชาการสูงสุดที่ลังเลมาก เพราะแถลงต่อประชาชนว่าจะลงมือทำบางอย่าง แต่ทำไม่มากนัก ซึ่งสะท้อนว่ารัฐบาลก็ยังไม่แน่ใจว่าจะจัดการกับซีเรียอย่างไร และในระดับไหน
กระแสที่สนับสนุนที่อ่อนแรงในสหรัฐมีขึ้นขณะที่ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาดแห่งซีเรีย ให้สัมภาษณ์รายการชาร์ลีโรสของสถานีโทรทัศน์พีบีเอส ปฏิเสธว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังการโจมตีด้วยอาวุธเคมีต่อชาวซีเรีย พร้อมระบุไม่มีหลักฐานชัดเจนเรื่องนี้ และเตือนว่าหากสหรัฐโจมตีทางทหาร ก็จะถูกตอบโต้จากกลุ่มที่เป็นพันธมิตรกับซีเรีย





