การโจมตีซีเรีย สะท้อนความเห็นต่างของมหาอำนาจในโลก สหรัฐพยายามโน้มน้าวให้ชาติต่างๆเห็นด้วยหากมีการโจมตีซีเรีย
ความเห็นที่แตกต่างกันของฝ่ายต่างๆ กรณีการโจมตีซีเรีย สะท้อนความเห็นต่างของมหาอำนาจในโลก โดยสหรัฐพยายามโน้มน้าวให้ชาติต่างๆ เห็นด้วยหากมีการโจมตีซีเรีย กรณีใช้อาวุธเคมีเมื่อวันที่ 21 ส.ค. บริเวณชานกรุงดามัสกัส ด้านนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนแห่งอังกฤษ ก็ร่วมโน้มน้าวอีกแรงด้วยการกล่าวว่าตัวอย่างดินที่เก็บมาจากชานกรุงดามัสกัส แสดงให้เห็นว่ามีการใช้อาวุธเคมีในรูปของก๊าซซาริน
อย่างไรก็ตาม นอกจากโน้มน้าวซีเรียแล้ว สหรัฐยังต้องหาเหตุผลมาพูดกับจีน ซึ่งเป็นสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นอีกชาติหนึ่งที่มีสิทธิออกเสียงยับยั้ง โดยจีนได้แสดงความวิตกอย่างมากเกี่ยวกับการโจมตีทางทหาร และชี้ว่าทางออกทางการเมืองเป็นหนทางเดียวในการยุติวิกฤติซีเรีย ส่วนสงครามนั้นไม่สามารถแก้ปัญหาได้
ด้านนายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิลแห่งเยอรมนี ปฏิเสธหลายครั้งว่าเยอรมนีจะไม่เข้าร่วมการโจมตีทางทหารต่อซีเรีย ขณะที่นายบัน คีมูน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ย้ำเตือนทุกฝ่ายว่าทุกวันที่ผันผ่าน มีประชาชนเสียชีวิตลงไปทุกขณะ และการให้อาวุธกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งก็ไม่ใช่คำตอบ เรื่องนี้ไม่มีทางออกทางทหาร
ขณะที่บรรดาพันธมิตรของซีเรีย ไม่หวั่นไหวกับความพยายามนำเสนอหลักฐานประกอบความชอบธรรมในการโจมตีของสหรัฐ โดยอยาตอลเลาะห์อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่าสหรัฐและพันธมิตรกำลังใช้ข้อกล่าวหาที่ว่าการโจมตีด้วยอาวุธเคมีเมื่อวันที่ 21 ส.ค. เป็นบริบทที่จะเปิดฉากโจมตีซีเรีย พร้อมประกาศจะสนับสนุนซีเรียจนถึงที่สุด
นักวิเคราะห์เตือนว่าอิหร่านกำลังจับตาดูเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด แต่รัฐบาลสหรัฐอาจเสี่ยงที่จะส่งสัญญาณผิดๆ
ที่ผ่านมา ชาติตะวันตกกล่าวหารัฐบาลกรุงเตหะรานว่าพยายามพัฒนาระเบิดนิวเคลียร์ภายใต้ฉากหน้าของการผลักดันโครงการเชื้อเพลิงนิวเคลียร์เพื่อพลเรือน แต่ผู้นำอิหร่านปฏิเสธมาตลอดว่าไม่เป็นความจริง
ปัจจุบัน วิกฤติซีเรียกำลังกลายเป็นการท้าทายด้านนโยบายต่างประเทศเฉพาะหน้า สำหรับประธานาธิบดีฮัสซัน โรว์ฮานี ผู้นำคนใหม่ที่มีแนวคิดสายกลางของอิหร่าน ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนที่แล้วและจะอยู่ในวาระเป็นเวลา 4 ปี การเข้ารับตำแหน่งของเขาก่อให้เกิดความหวังว่าเขาอาจผลักดันแนวทางที่สร้างสรรค์มากกว่านี้ในการเจรจานิวเคลียร์ที่ยืดเยื้อและไม่ได้ผลสรุป
กระนั้น นักวิเคราะห์มองว่าหากสหรัฐโจมตีซีเรีย สารที่สหรัฐต้องการส่งไปยังอิหร่านอาจตกหล่นไป สารนั้นคือการต้องการจะบอกว่าประธานาธิบดีบารัก โอบามา จริงจังในการยับยั้งการแพร่กระจายของอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงและอาวุธเคมี
นายไมเคิล ซิงห์ กรรมการผู้จัดการสถาบันนโยบายตะวันออกใกล้ในวอชิงตัน ระบุว่าหากผลลัพธ์ในกรณีของซีเรีย ออกมาไม่ค่อยมีสาระ คงไม่ใช่การส่งสารที่ชัดเจนนัก ส่วนการไม่ลงมือทำอะไรหรือการกระทำในเชิงสัญลักษณ์ ก็เสี่ยงที่จะถูกมองว่าเป็นคำขู่ที่ว่างเปล่า
นายคาริม ซัดจาพูร์ แห่งคาร์เนกี เอนโดว์เมนต์ ฟอร์ อินเตอร์เนชันแนล พีซ มองว่าหากสหรัฐโจมตีซีเรีย ก็ไม่มีแนวโน้มจะทำให้อิหร่านยกเลิกโครงการนิวเคลียร์ อิหร่านพัฒนาศักยภาพอาวุธนิวเคลียร์อย่างรอบคอบมาก และไม่ว่าประธานาธิบดีโอบามาจะสั่งโจมตีซีเรียหรือไม่ ก็ไม่น่าจะทำให้อิหร่านเปลี่ยนแปลงท่าที





