วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้นำโลกต้องการ'ก้าวพ้น'วิกฤติ'จับตา2ตัวแปร

ผู้นำโลกต้องการก้าวพ้น "วิกฤติ" จับตาสถานการณ์สัปดาห์หน้า 2 "ตัวแปร" สหรัฐเตรียมถล่มซีเรีย-เฟดลดคิวอี

ผู้นำโลกผนึกกำลังฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจโลก ขณะที่ในอีก 1-2 สัปดาห์หน้า ความผันผวนจะมีมากขึ้นในตลาดเงินตลาดทุนโลก จากกรณีซีเรียและการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการพิจารณาปรับลดวงเงินผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือคิวอี

ผู้นำกลุ่ม BRICS ในระหว่างการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา 19 ประเทศ รวมทั้งสหภาพยุโรป (จี-20) ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก พยายามหาวิธีป้องกันความผันผวนที่จะเกิดขึ้นโดยการตั้งกองทุนเพื่อรักษาเสถียรภาพในตลาด

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย กล่าวว่ากลุ่มประเทศเกิดใหม่ในกลุ่ม BRICS ซึ่งประกอบด้วยบราซิล, รัสเซีย, อินเดีย, จีน และแอฟริกาใต้ จะจัดตั้งกองทุน 1.00 แสนล้านดอลลาร์เพื่อสร้างเสถียรภาพในตลาด

"มาตรการริเริ่มเพื่อจัดตั้งแหล่งทุนสำรองปริวรรตเงินตราของกลุ่ม BRICS กำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย" ประธานาธิบดีปูตินกล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุมผู้นำกลุ่ม BRICS

"มีการตกลงปริมาณเงินทุนไว้ที่ 1.00 แสนล้านดอลลาร์"

จีนได้สมทบทุนมากที่สุดถึง 4.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่บราซิล, อินเดีย และรัสเซียสมทบทุนประเทศละ 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ และแอฟริกาใต้ 5 พันล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ BRICS รายหนึ่งกล่าวว่า จะมีการจัดทำรายละเอียดในแง่เทคนิคในการจัดตั้งกองทุนดังกล่าวก่อนการประชุมครั้งต่อไปของทางกลุ่มในเดือนมี.ค.ปีหน้า และกองทุนนี้จะสามารถดำเนินการได้ ก็ต่อเมื่อรัฐสภาของแต่ละประเทศลงสัตยาบันรับรองแล้วเท่านั้น

ความร่วมมือในช่วงที่ผ่านมาของกลุ่ม BRICS ยังคงเป็นไปอย่างล่าช้าโดยการจัดตั้งธนาคารพัฒนาร่วมของ BRICS ซึ่งมีเงินทุน 5.0 หมื่นล้านดอลลาร์ ยังคงต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากมีความขัดแย้งกันเกี่ยวกับการแบกรับภาระ และในประเด็นที่ว่าธนาคารควรจะตั้งสำนักงานใหญ่ที่ใด

จี-20เตรียมออกแถลงการณ์ศก.ฟื้น

แต่อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าผู้นำประเทศยังกังวลต่อเศรษฐกิจโลก ที่เผชิญกับวิกฤติยืดเยื้อยาวนานมาหลายปี แม้ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมามีแนวโน้มดีขึ้น แต่ดูเหมือนบรรดาผู้นำเหล่านี้ยังไม่มีความมั่นใจว่าจะ"ฟื้นจริง"

เจ้าหน้าที่รัสเซียซึ่งมีส่วนร่วมในการร่างแถลงการณ์ของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา 19 ประเทศ รวมทั้งสหภาพยุโรป (จี-20) กล่าวว่า กลุ่มจี-20 จะระบุในแถลงการณ์การประชุมสุดยอดในครั้งนี้ว่า เศรษฐกิจโลกกำลังปรับตัวดีขึ้น แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่จะระบุว่า เศรษฐกิจโลกสามารถฝ่าฟันวิกฤติแล้ว

ยังไม่มั่นใจพ้นวิกฤติแล้ว

"เมื่อเทียบกับช่วงเริ่มต้นของการรับตำแหน่งประธานจี-20 ของรัสเซียนั้น มีการเปลี่ยนแปลงในการประเมินอย่างแน่นอนและสิ่งนี้ได้สะท้อนให้เห็นในแถลงการณ์ของผู้นำ" นายแอนเดรีย โบคาเรฟ ผู้อำนวยการกรมวิเทศสัมพันธ์ กระทรวงการคลังรัสเซียกล่าว

"แต่ก็ยังเร็วเกินไปอย่างแน่นอนที่จะระบุว่า เราสามารถฝ่าฟันวิกฤติการณ์ได้แล้ว และจะเป็นเรื่องง่ายนับตั้งแต่นี้ไป"

ทั้งนี้ กลุ่มจี-20 ประกอบด้วยสหรัฐ, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ญี่ปุ่น, แคนาดา, อิตาลี, อาร์เจนตินา, ออสเตรเลีย, บราซิล, จีน, อินเดีย, อินโดนีเซีย, เม็กซิโก, รัสเซีย, ซาอุดีอาระเบีย, แอฟริกาใต้, เกาหลีใต้และตุรกี รวมทั้งสหภาพยุโรป(อียู) โดยมีประชากร 2 ใน 3 ของโลก และมีมูลค่าเศรษฐกิจคิดเป็นสัดส่วน 90% ของเศรษฐกิจโลก

จับตาตัวเลขเศรษฐกิจจีนสัปดาห์หน้า

อย่างไรก็ตาม การประเมินว่าเศรษฐกิจฟื้นจากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ขึ้นกับตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่กำลังทยอยออกมา

ทั้งนี้ ทางการจีนจะเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์หน้า ซึ่งข้อมูลดังกล่าวอาจช่วยยืนยันว่าจีนสามารถหลีกเลี่ยงการชะลอตัวที่รุนแรงทางเศรษฐกิจ หลังจากรัฐบาลได้ออกนโยบายเพื่อส่งเสริมการลงทุนและเพิ่มความแข็งแกร่งในการผลักดันแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ หลังจากเศรษฐกิจชะลอตัว 9 ใน 10 ไตรมาสที่ผ่านมา ก็เริ่มมีสัญญาณความมีเสถียรภาพในเศรษฐกิจจีน ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก ขณะที่ผลสำรวจในสัปดาห์นี้บ่งชี้ว่าภาคการผลิตกำลังฟื้นตัวขึ้นและการขยายตัวในภาคบริการอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน

จีนจะเปิดเผยข้อมูลการค้าประจำเดือนส.ค.ในวันอาทิตย์นี้, ข้อมูลเงินเฟ้อในวันจันทร์หน้า และข้อมูลผลผลิตภาคอุตสาหกรรม, ยอดค้าปลีก และการลงทุนในเมืองในวันอังคารหน้า รวมทั้งคาดว่าจะมีการประกาศข้อมูลปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบ และการขยายตัวของสินเชื่อในวันอาทิตย์นี้

ค่าเงินเอเชียปรับตัวรับเฟด

สกุลเงินเอเชียถือว่ามีความผันผวนและปรับตัวมากที่สุดจากความกังวลเฟดดวงเงินคิวอี เนื่องจากเม็ดเงินจากสหรัฐ ไหลเข้าภูมิภาคจำนวนมหาศาลตั้งแต่เริ่มมาตรการคิวอี

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สกุลเงินของตลาดเกิดใหม่ในเอเชียร่วงลง จากการคาดการณ์มากขึ้นเกี่ยวกับการปรับลดมาตรการกระตุ้นของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก่อนการเปิดเผยรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวานนี้ (6 ก.ย.) ขณะที่วอนแข็งค่าสวนกระแสตลาดจากเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้น

รูเปี๊ยะห์ร่วงแตะระดับต่ำสุดใหม่ในรอบ 4 ปีจากแรงซื้อดอลลาร์อย่างต่อเนื่องจากบริษัทอินโดนีเซีย และตลาดหุ้นที่ร่วงลง

ริงกิตอ่อนค่าลงต่อไปอีก หลังจากมาเลเซียเปิดเผยยอดเกินดุลการค้าเดือนก.ค.ที่ต่ำกว่าคาด

ดอลลาร์ปรับตัวแข็งแกร่งใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์เมื่อเทียบกับตะกร้าเงิน หลังการเปิดเผยรายงานภาคบริการ และรายงานการจ้างงานภาคเอกชนที่สดใส

"มีความวิตกมากขึ้นสำหรับตลาดเอเชีย ขณะที่ตลาดการเงิน สหรัฐกำลังปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ การปรับตัวชันขึ้นของเส้นผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ อันเนื่องจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของสหรัฐกำลังสดใสนั้น ได้สั่นคลอนตลาดเอเชีย เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยยังคงปรับตัวแคบลงเมื่อเทียบกับพันธบัตรของเอเชีย"นักวิเคราะห์กล่าว

สกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคร่วงลงในสัปดาห์นี้ นำโดย รูเปี๊ยะห์

ในสัปดาห์นี้ รูเปี๊ยะห์/ดอลลาร์ดิ่งลง 2.2% ขณะที่ริงกิตร่วงลง 1.3% และบาทปรับตัวลง 0.7% ส่วนดอลลาร์สิงคโปร์อ่อนค่าลง 0.4% แต่วอนแข็งค่าขึ้น 1.3% เนื่องจากเงินทุนไหลเข้า และแรงซื้อของผู้ส่งออกในเกาหลีใต้

แต่รูปีร่วงลง 0.8% แม้ปรับแข็งขึ้นหลังจากผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดียคนใหม่ได้ประกาศมาตรการพยุงค่าเงินรูปี

เทรดเดอร์กล่าวว่า คาดว่าสกุลเงินในภูมิภาคจะร่วงลงอีก ถ้าข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐตอกย้ำมุมมองที่ว่า เฟดอาจจะเริ่มปรับลดโครงการซื้อพันธบัตรในเดือนนี้

นักวิเคราะห์กล่าวว่าเงินเอเชียยังไม่ได้ปรับตัวรับการปรับลดมาตรการของเฟดอย่างเต็มที่แล้ว

"ภาวะเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่อาจจะดำเนินต่อไปอย่างช้าๆ และความผันผวนจะยังคงมีอยู่มากในระยะใกล้ ดังนั้น ดอลลาร์/เงินเอเชียจะมีโอกาสปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในระยะใกล้"

อย่างไรก็ตาม ความผันผวนยังคงมีอยู่สูง เนื่องจากปัจจัยที่สร้างความกังวลให้กับตลาดกำลังจะเกิดขึ้นจริงในสัปดาห์หน้า