นักวิเคราะห์ชี้ ฮ่องกงกำลังตกอยู่ภายใต้ความเสี่ยง ที่จะสูญเสียสถานะมหาอำนาจการเงิน หลังจีนเผยแผนตั้งเขตการค้าเสรีขนาดใหญ่แห่งแรกในประเทศ
ร่างข้อเสนอสำหรับเขตการค้าเสรีในนครเซี่ยงไฮ้ ที่ทางการจีนเปิดเผยออกมานั้น แสดงให้เห็นว่าจีนเตรียมเปิดเสรีการค้ามากขึ้น เพื่อดึงดูดการลงทุน และบริการทางการเงิน รวมถึงการเปิดทางให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เคลื่อนไหวได้อย่างเสรีตามกลไกตลาด และเป็นการเคลื่อนไหวที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ จากนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ซึ่งขึ้นสู่ตำแหน่งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
บรรดานักวิเคราะห์ แสดงความเห็นว่า ฮ่องกงจะต้องยืนหยัดตัวเองขึ้นมารับความท้าทายที่เกิดขึ้น หลังที่ผ่านมา ฮ่องกงได้ประกาศตัวเอง ในฐานะเป็นประตูเข้าสู่ตลาดเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลกอย่างจีน แต่ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายอย่าง เช่น ต้นทุนแรงงาน และค่าเช่าสำนักงานในระดับสูง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จีนของเอเอ็นแซด แบงกิ้ง กรุ๊ป "นายหลิว ลี่กัง" ระบุว่า ในระยะเวลา 1-3 ปีนับจากนี้ หากฮ่องกงไม่สามารถพัฒนาตัวเองขึ้นมาใหม่ได้ ก็อาจจะสูญเสียความสามารถทางการแข่งขันไปให้กับเขตการค้าเสรีแห่งใหม่
ทั้งนี้ นครเซี่ยงไฮ้ เคยรุ่งเรืองอย่างมากในช่วงที่การเติบโตทางเศรษฐกิจเฟื่องฟูในยุคของประธานาธิบดี "เจียง เจ๋อหมิง" ซึ่งเป็นอดีตนายกเทศมนตรีเมืองเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับความสามารถของฮ่องกง ในการรักษาสถานะศูนย์กลางทางการค้าและการเงินของตัวเอง หลังจากที่อังกฤษได้ส่งมอบเกาะนี้คืนให้กับจีนเมื่อปี 2540





