ตัวเต็งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของออสเตรเลีย"โทนี่ แอบบอตต์"เตรียมที่จะรับช่วงต่อในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว
ดูเหมือนว่าพันธมิตรภายใต้การนำของพรรคอนุรักษ์นิยมของนายแอบบอตต์ จะเข้าสู่อำนาจหลังการเลือกตั้งใหญ่ในวันเสาร์นี้ และจะเป็นการสิ้นสุดยุครัฐบาลพรรคแรงงานที่ปกครองประเทศมา 6 ปี และหลายฝ่ายก็พูดถึงความท้าทายต่างๆที่เขาจะต้องเผชิญในฐานะผู้นำประเทศคนใหม่
ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือความวิตกกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจ และแรงกดดันต่อฐานะการคลัง ซึ่งความวิตกเหล่านี้เป็นสิ่งที่พรรคฝ่ายค้านช่วยโหมกระพือเกิดขึ้นมาด้วย ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจครั้งล่าสุดของออสเตรเลียเกิดขึ้นเมื่อกว่า 20 ปีก่อน และหนี้รัฐบาลอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำและบริหารจัดการได้
อย่างไรก็ตาม ความซบเซาทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มจะได้รับความสนใจในระยะเวลาอันใกล้ ซึ่่งอาจโทษได้ว่าเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลพรรคแรงงาน
รัฐบาลออสเตรเลียรายงานว่าเศรษฐกิจโตขึ้น 0.6% ในไตรมาสที่สิ้นสุดเดือนมิถุนายน และทรงตัวอยู่ที่ 2.6% สำหรับทั้งปี สวนทางกับการคาดหมายว่าเศรษฐกิจอยู่ในช่วงชะลอตัวอย่างหนัก
แม้ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าการขยายตัวแบบปกติของออสเตรเลีย ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3.25-3.5% แต่ก็ยังถือว่าเป็นการขยายตัวที่สูงกว่าประเทศพัฒนาแล้วบางชาติ
ด้านธนาคารกลางออสเตรเลียหรืออาร์บีเอ มีความเชื่อมั่นว่าการเติบโตจะเพิ่มขึ้นไปอยู่เหนือระดับเฉลี่ยภายในปี 2558 ซึ่งยังคาดการณ์ด้วยว่าจะขยายตัวสูงถึง 4.25%
การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2559 ซึ่งหากภาพรวมเศรษฐกิจยังเป็นไปตามที่ธนาคารกลางคาดการณ์ไว้ ก็จะทำให้นายแอบบอตต์ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2
นอกจากนี้ พัฒนาการในต่างประเทศน่าจะเป็นลางดีสำหรับนายแอบบอตต์ ด้วยการฟื้นตัวที่ชัดเจนในข่าวคราวทางเศรษฐกิจจากประเทศร่ำรวยเมื่อเดือนก่อน
สหรัฐได้แรงดันมากพอสมควรซึ่งธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดสามารถพิจารณาลดมาตรการกระตุ้นได้ ขณะที่ยุโรปก็หลุดพ้นจากภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจแล้ว
ด้านญี่ปุ่นอ้างว่าประเทศมีอัตราการเติบโตดีที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และความวิตกเกี่ยวกับการตกต่ำอย่างหนักของจีนก็ผ่อนคลายลงจากข้อมูลภาคอุตสาหกรรมและการค้าเริ่มส่งสัญญาณบวก
กรณีหลังสุดถือเป็นข่าวดีสำหรับออสเตรเลีย เนื่องจากยักษ์ใหญ่แห่งเอเชียรายนี้นับเป็น 1 ใน 3 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด และเป็นผู้บริโภคแร่เหล็กรายใหญ่ที่สุดในขณะนี้
ในกรณีของความช่วยเหลือสำหรับต่างชาตินั้น นายแอบบอตกล่าวด้วยว่ามีแผนลดการใช้จ่ายด้านการให้ความช่วยเหลือแก่ต่างประเทศ และลดงานราชการ เพื่อนำเงินไปสร้างถนนใหม่ๆ และยกเลิกการเก็บภาษีจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
โฆษกการคลังของฝ่ายค้านกล่าวว่าการปรับลดในด้านต่างๆ จะช่วยให้ประหยัดเงินได้อีก 9,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยส่วนที่จะตัดลดนั้นรวมถึงงบประมาณด้านความช่วยเหลือแก่ต่างประเทศจำนวน 4,500 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และการลดตำแหน่งงานราชการลง 12,000 ตำแหน่ง ส่วนใหญ่ผ่านวิธีการลดโดยธรรมชาติ





