ตำรวจพม่าเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุจลาจล 12 คน หลังจากเกิดการปะทะกันระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมในเมืองสะกาย
ผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ชาวพุทธจำนวนราว 500 ถึง 1,000 คนซึ่งมีบางคนใช้ไม้และดาบเป็นอาวุธ ได้บุกทำลายบ้านเรือนของชาวมุสลิมในหมู่บ้านแห่งหนึ่งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา รวมทั้งยังมีบางหลังถูกวางเพลิง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารของพม่าก็มาถึงที่เกิดเหตุในช่วงค่ำวันเสาร์ และมีการยิงปืนขู่ขึ้นฟ้าเพื่อสลายฝูงชน
เหตุรุนแรงในพื้นที่ทุรกันดารซึ่งอยู่ห่างจากนครย่างกุ้งของพม่า 665 กิโลเมตร แสดงให้เห็นว่ากระแสความไม่พอใจชาวมุสลิมได้ลุกลาม หลังจากเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุจลาจลในเมืองลาชิวทางตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนเมื่อเดือนมี.ค.ได้เกิดเหตุในเมืองเมกติลาทางภาคกลาง และเมื่อปีที่แล้วเกิดเหตุครั้งแรกในรัฐยะไข่
ตำรวจพม่ารายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 12 คน และทั้งหมดถูกส่งตัวไปยังสถานีตำรวจประจำเขตแล้ว
คนในพื้นที่กล่าวว่า ชาวมุสลิมบางคนได้หนีไปอยู่ที่หมู่บ้านใกล้เคียงหรือไปหลบภัยในโรงเรียนมุสลิม
ชาวมุสลิมคนหนึ่งที่อยู่ในหมู่บ้านดังกล่าวเปิดเผยว่า มีบ้านหลายหลังกำลังถูกเพลิงไหม้ในช่วงที่ตำรวจและทหารไปถึง และหลังจากเจ้าหน้าที่ยิงปืนขู่ขึ้นฟ้า 4-5 นัด กลุ่มที่ก่อเหตุจึงหยุดเผาและหลบหนีไปในเวลาหลังเที่ยงคืนเล็กน้อย
ขณะที่ชาวบ้านอีกคนหนึ่งกล่าวว่า สาเหตุของการจลาจลในครั้งนี้ดูเหมือนจะมาจากประเด็นถกเถียงระหว่างชายชาวมุสลิมกับหญิงชาวพุทธ ซึ่งสื่อพม่ารายงานว่ามีข่าวลือว่าหญิงคนดังกล่าวถูกข่มขืน แต่ชาวบ้านในพื้นที่ก็ปฏิเสธว่าไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ เหตุปะทะระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการปฏิรูปทางการเมืองและเศรษฐกิจที่รัฐบาลพม่าเริ่มดำเนินการตั้งแต่ 2 ปีก่อน หลังจากที่ประเทศถูกปกครองโดยทหารมาเป็นเวลาหลายสิบปี





