กระทรวงต่างประเทศซีเรียกล่าวว่ารัฐบาลไฟเขียวให้ผู้ตรวจสอบจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เข้าตรวจสอบข้อกล่าวหาว่ามีการใช้อาวุธเคมีใกล้กรุงดามัสกัส
ซีเรียระบุว่าอนุญาตให้เข้าตรวจสอบได้ทันที
ก่อนหน้านี้ซีเรียเพิ่งเตือนสหรัฐว่าอย่าใช้ปฏิบัติการทางทหารหรือเข้าแทรกแซงทางทหาร กรณีสงสัยว่ามีการใช้อาวุธเคมีโจมตีในสงครามกลางเมืองซีเรีย โดยระบุว่าจะทำให้ตะวันออกกลางลุกเป็นไฟ
รัฐมนตรีกระทรวงข้อมูลของซีเรีย นายโอมราน โซอาบิ กล่าวว่า การแทรกแซงทางทหารของสหรัฐก่อให้เกิดผลพวงร้ายแรง และทำให้ตะวันออกกลางลุกเป็นไฟ
นอกจากนี้ อิหร่าน ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดที่สุดของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาดแห่งซีเรีย ยังกล่าวว่า สหรัฐไม่ควรล้ำเส้นกรณีซีเรีย
คำเตือนของซีเรียและอิหร่านมีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีสหรัฐ นายบารัก โอบามา ประชุมกับแม่ทัพและคณะที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติเพื่อหารือทางเลือก ขณะที่กองทัพเรือสหรัฐได้รับมอบหมายให้ไปประจำการแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอีกครั้ง เพื่อพร้อมรับคำสั่งจากโอบามา
ทั้งนี้ นายโอบามาลังเลที่จะเข้าแทรกแซงในสงครามกลางเมืองในซีเรีย แต่รายงานการเสียชีวิตจากอาวุธเคมีสร้างความกดดันให้สหรัฐในการทำตามสิ่งที่โอบามาเคยพูดเมื่อปีก่อนว่า อาวุธเคมีจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายของสหรัฐ
ด้านอังกฤษได้ออกแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ ระบุว่าการที่ประธานาธิบดีอัสซาดไม่ยอมร่วมมือกับยูเอ็น สะท้อนว่ารัฐบาลซีเรียปกปิดบางอย่างอยู่ พร้อมย้ำว่าการใช้อาวุธเคมีในปริมาณมากจะทำให้ประชาคมโลกต้องเข้ามือรับมือเรื่องนี้
ทั้งนี้ กลุ่มต่อต้านกล่าวหารัฐบาลซีเรียว่าใช้อาวุธเคมีโจมตีใกล้กรุงดามัสกัส ทำให้ประชาชนเสียชีวิตกว่า 1,300 ราย แต่รัฐบาลปฏิเสธพร้อมระบุว่าเป็นฝืมือกลุ่มต่อต้าน
กลุ่มแพทย์ไร้พรมแดนกล่าวว่ามีคนไข้ประมาณ 3,600 คนเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในซีเรียเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่กลุ่มต่อต้านระบุว่าทางการใช้อาวุธเคมี โดย 355 คนในจำนวนนี้เสียชีวิตไปแล้ว





