อียิปต์ได้ชื่อว่าเป็นคอขวดที่สำคัญของอุตสาหกรรมน้ำมันโลก และความผันผวนในประเทศในดินแดนแอฟริกาเหนือแห่งนี้ กำลังเลวร้ายลงเรื่อยๆ
และอุปสรรคใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเส้นทางน้ำมัน อาจสร้างความเสียหายให้เศรษฐกิจโลกที่เพิ่งจะเริ่มฟื้นตัวได้
หลังการกวาดล้างนองเลือดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ความวิตกว่าการขนส่งน้ำมันไปยังตะวันตกจะถูกรบกวน ได้ทำให้ราคาน้ำมันเมื่อเร็วๆ นี้ ปรับตัวสูงขึ้น ราคาน้ำมันดินเบรนท์พุ่งแตะ 111.23 ดอลลาร์ สูงสุดในรอบ 4 เดือน ถ้าความผันผวนเลวร้ายลงไปมากกว่านี้ หรือเหตุการณ์ความไม่สงบลุกลามไปยังประเทศอื่นๆ ก็จะเป็นปัจจัยความเสี่ยงอย่างสูงสุุด ที่จะดันให้ราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้นไปกว่านี้
อิยิปต์ไม่ใช่ผู้ส่งออกพลังงานรายใหญ่ของโลก มีการผลิตก๊าซและน้ำมันน้อยมากในตลาดโลก โดยอยู่ที่อันดับที่ 54 ของผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ส่งออกประมาณ 0.9% และส่งออกก๊าซธรรมชาติป้อนตลาดโลกเพียง 1.8 % แต่ก็ยังมีบทบาทสำคัญในตลาดพลังงานโลก ในฐานะเส้นทางขนส่งน้ำมันที่คลองสุเอซ ขณะที่ท่อส่งก๊าซระหว่างคลองสุเอซ กับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน หรือ ซูเมด ได้ชื่อว่า เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์และส่วนประกอบที่สำคัญของโครงสร้างของตลาดน้ำมันโลก
สำนักงานบริหารข้อมูลด้านพลังงานของสหรัฐ หรือ อีไอเอ ระบุว่า เมื่อปีที่แล้ว 7% ของการค้าน้ำมันทางทะเลและ 13% ของก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ แอลเอ็นจี ใช้เส้นทางผ่านคลองสุเอซ ซึ่งมีระยะทาง 161 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างทะเลแดง และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ขณะที่ท่อส่งก๊าซซูเมด ความยาว 320 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่นำน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียและก๊าซธรรมชาติไปยังยุโรป และอเมริกาเหนือ
การปิดเส้นทางทั้งสอง จะทำให้การขนส่งน้ำมันจากซาอุดิอาระเบียไปยังสหรัฐ ที่จะต้องอ้อมแหลมกู้ดโฮ้ป คิดเป็นระยะทางประมาณ 4,320 กิโลเมตร สิ้นเปลืองทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการขนส่ง หลายฝ่ายต่างหวังว่า เส้นทางทั้งสองจะยังคงเปิดตามปกติ บริษัทประกันภัยทางทะเลยังคงไม่ค่อยวิตกต่อสถานการณ์ในขณะนี้ แต่บริษัทสกัลด์ ได้เตือนให้ลูกเรือน้ำมันระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย
สถานการณ์การผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอียิปต์ยังคงไม่ได้รับผลกระทบใดๆ บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง บีพี ของอังกฤษ ที่ผลิตน้ำมันป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมของอิยิปต์ราว 15% และก๊าซ 30% แต่ก็ยังคงเฝ้าจับตาสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่ตั้งของสำนักงาน ส่วนรอยัล ดัทช์ เชลล์ ก็หามาตรการรับรองความปลอดภัยของพนักงาน ด้วยการปิดสำนักงานในอียิปต์เมื่อไม่นานมานี้ และจำกัดการเดินทางไปติดต่อธุรกิจในอิยิปต์
ส่วนบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สุดอย่าง บีจี กรุ๊ป ที่ผลิตพลังงานให้อิยิปต์มากที่สุดเมื่อปีที่แล้ว หรือ 20% ของการผลิตของประเทศ ยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่ได้มีการถอนพนักงานทั้งที่เป็นท้องถิ่นและต่างชาติรวม 100 คน ออกไปเมื่อเดือนที่แล้ว
การที่ 50% ของก๊าซที่ผลิตในอิยิปต์ถูกใช้เพื่อการส่งออก และที่เหลือป้อนเข้าสู่ตลาดในประเทศ ได้เป็นเหตุผลสำคัญที่คนในแวดวงอุตสาหกรรมพลังงานคาดหวังว่า จะไม่ถูกรบกวน และใครก็ตามที่กุมอำนาจทางการเมืองไว้ในมือ ก็ไม่ต้องการให้ภาคพลังงานถูกรบกวนเช่นกัน





