นักวิชาการจุฬาฯชี้อียิปต์ขัดแย้งมายาวนาน กองทัพพยายามปรามปรามและใช้ความรุนแรง อาจยืดเยื้อ กลายเป็นสงครามกลางเมือง
นายศราวุฒิ อารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์อิสลามศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองให้สัมภาษณ์รายการเจาะข่าวเช้านี้ ทางสถานีวิทยุจุฬาฯ ถึงกรณีสถานการณ์ในอียิปต์ว่า ความขัดแย้งทางการเมืองในอียิปต์เริ่มตั้งแต่ปี 2011 ในเหตุการณ์อาหรับสปริงโค่นล้มนายฮอสนี มูบารัก เมื่อมีการเลือกตั้งประชาชนก็ไว้ใจกลุ่มภราดรภาพมุสลิม และได้นายมูฮัมหมัด มอร์ซี เป็นประธานาธิบดี แต่ที่สุดก็ถูกโค่นอำนาจ ทำให้ผู้สนับสนุนลุกฮือขึ้นจนนำมาสู่ความรุนแรง
"หากย้อนไปถึงปฏิวัติ ค.ศ. 1952 ขั้วการเมืองที่สำคัญจะมีสองขั้ว 1. กองทัพทหารที่ปกครองมาตั้งแต่ ค.ศ.1952 ถึงปัจจุบัน และ 2.กลุ่มศาสนา หรือภราดรภาพมุสลิม ที่กำเนิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1928 ปี ซึ่งสองขั้วนี้มีการคัดง้างปะทะมาตลอด สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ใช่แค่ 2-3 ปี ที่ผ่านมา แต่เกิดมานานแล้ว การโค่นล้มนายมูบารักในปี ค.ศ. 2011 โค่นแค่ตัวมูบากรัก แต่ฐานอำนาจเก่ายังอยู่ครบ แม้นายมอร์ซีทำงานมาก็ถูกขัดขวางมาตลอด และด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์ก็ทำให้บริหารงานประเทศล้มเหลวมาตลอด"
นายศราวุฒิ กล่าวว่า ในอียิปต์ มีสองกระแสที่น่าสนใจคือ 1.ความนิยมในโลกวิสัย ประชากรจำนวนมากนิยมกระแสนี้ ซึ่งเป็นลักษณะชาตินิยมอาหรับ สนใจทางโลก แต่ไม่สนใจศาสนามากนัก และ 2.กระแสนิยมแนวทางอิสลาม ในโลกอาหรับกลุ่มที่เข้ามามีอำนาจคือกลุ่มขบวนการที่นิยมแนวทางอิสลาม ระยะหลังประชาชนในโลกอาหรับให้ความนิยมกระแสขบวนการอิสลาม เพราะขบวนการชาตินิยมอาหรับไม่สามารถตอบโจทย์การแก้ปัญหาได้ สิ่งที่เกิดขึ้นในอียิปต์วันนี้คือการขับเคี่ยวสองกระแสนี้
ส่วนสถานการณ์จะจบอย่างไรนั้น นายศราวุฒิกล่าวว่า ในวันนี้อียิปต์มีความแตกแยกอย่างสูงในหมู่ประชาชน การยึดอำนาจเป็นการกระทำที่ผิดพลาดมากทางการเมือง อำนาจทั้งหมดขณะนี้อยู่ในมือกองทัพ หากนำฝ่ายต่างๆมาสู่การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองรวมถึงขบวนการภราดรภาพมุสลิมก็จะได้แก้ปัญหาได้ แต่กองทัพพยายามปราบปรามและใช้ความรุนแรง ทำให้มองว่าอาจจะเป็นความรุนแรงที่ยืดเยื้อ หลายคนมองว่าจะกลายเป็นสงครมกลางเมืองหรือไม่





