ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น ระบุแผนการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจะไม่ส่งผลกระทบเศรษฐกิจ ชี้ต้องขึ้นภาษี เพื่อฟื้นฟูการเงิน
นายคุโรดะ ระบุว่า การรักษาวินัยทางการคลังเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะผลผลตอบแทนมในระยะยาวอาจสูงขึ้น หากนักลงทุนคิดว่า การเข้าซื้อตราสารหนี้รัฐบาลของบีโอเจ มีเป้าหมายเพื่อการใช้จ่ายทางการเงิน
ก่อนหน้านี้ นายอาเบะได้สั่งให้มีการศึกษาทางเลือก สำหรับแผนในการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 2 เท่าเป็น 10% ทำให้เกิดความกังวลว่าผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากพันธบัตรอาจบั่นทอนความพยายามของรัฐบาล และบีโอเจในการนำพาประเทศให้หลุดพ้นจากภาวะเงินฝืด
นายคุโรดะแถลงที่กรุงโตเกียวว่า เขาไม่คิดว่าการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามแผนการปัจจุบัน จะสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของประเทศ และเสริมว่า ขณะนี้บีโอเจกำลังดำเนินการซื้อตราสารหนี้ เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านราคา ซึ่งหากนักลงทุนคิดว่า การกระทำนี้เกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนการใช้จ่ายของรัฐบาล ผลตอบแทนระยะยาวอาจจะสูงขึ้น ซึ่งทำให้นโยบายทางการเงินมีประสิทธิภาพน้อยลง
ผู้ว่าการบีโอเจกล่าวด้วยว่า มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณที่ยืดระยะเวลาออกไปของบีโอเจ ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา กำลังมีความคืบหน้าอย่างมากในการทำให้ญี่ปุ่นหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดที่ดำเนินนานถึง 15 ปี และอัตราเงินเฟ้อก็มีแนวโน้มที่จะถึง 2% ตามเป้าของบีโอเจ เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศมีศักยภาพมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ช่องว่างการผลิตในแง่ลบแคบลง
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นกำหนดที่จะปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้มาอยู่ที่ระดับ 8% ในเดือนเมษายน 2557 ก่อนจะขึ้นเป็น 10% ในปี 2558 โดยนายอาเบะกล่าวว่า เขาจะตัดสินใจในช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนนี้ว่าจะเดินหน้าปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มครั้งแรกหรือไม่
ขณะที่รัฐมนตรีคลังของญี่ปุ่นได้ออกมาสนับสนุนการขึ้นภาษีดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า มาตรการนี้มีความจำเป็นเพื่อแสดงให้เห็นว่าญี่ปุ่นมีความมุ่งมั่นเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาทางการเงินของประเทศ





