เกิดเหตุระเบิดรถยนต์มากถึง 17 ครั้งทั่วอิรัก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 55 คน บาดเจ็บอีกมากกว่า 200 คน
เกิดเหตุระเบิดรถยนต์มากถึง 17 ครั้งทั่วอิรักเมื่อวานนี้่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 55 คน บาดเจ็บอีกมากกว่า 200 คน และทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากความรุนแรงเฉพาะในเดือนนี้พุ่งสูงขึ้นเป็นกว่า 800 คนแล้ว
เหตุระเบิดรถยนต์อย่างน้อย 11 ครั้งเกิดขึ้นใน 9 จุดทั่วกรุงแบกแดด โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นในย่านอาศัยของชาวชีอะห์ นอกจากนี้ยังเกิดระเบิดอีก 2 ครั้งในเมืองคุต อีก 2 ครั้งในเมืองซามาวา และอีกครั้งในเมืองบัสราและเมืองมาห์มูดิยา ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย 55 คนและบาดเจ็บกว่า 200 คน
เหตุรุนแรงระลอกใหม่นี้ทำให้เกิดความวิตกว่าจะเกิดสงครามศาสนาอย่างเต็มรูปแบบครั้งใหม่ ซ้ำรอยเมื่อปี 2549-2550 ที่่ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน โดยเฉพาะเดือนนี้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุรุนแรงมากกว่า 810 คนแล้ว และหากรวมตลอดเกือบ 7 เดือนแรกของปีนี้ ก็มีผู้เสียชีวิตเกือบ 4,000 คนแล้ว
ทั้งนี้ นับแต่กองกำลังผสมนานาชาติ ภายใต้การนำของสหรัฐ ถอนตัวออกจากอิรักไปเมื่อปี 2554 ทำให้กองกำลังของอิรัก ต้องพยายามอย่างหนักในความพยายามที่จะควบคุมการก่อเหตุของกลุ่มก่อร้ายอัลไกดา ที่กลับมารวมกลุ่ม และก่อเหตุรุนแรงอย่างหนัก แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานานหลายปีแล้ว
นอกจากนี้ ความขัดแย้งระหว่างชาวสุหนี่และมุสลิมที่ยืดเยื้อยาวนานในอิรัก ยังปะทุขึ้นจากเหตุก่อการร้ายที่ยังคงมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง บวกกับสถานการณ์สงครามกลางเมืองในซีเรีย ที่เป็นประเทศเพื่อนบ้าน โดยชาวสุหนี่ที่เป็นชนกลุ่มน้อยไม่พอใจรัฐบาลที่พุ่งเป้ากวาดล้างพวกเขา นอกจากนี้รัฐบาลยังไม่สามารถให้บริการขั้นพื้นฐานได้อย่างทั่วถึง เช่น ไฟฟ้าและน้ำสะอาด รวมทั้งยังมีการคอร์รัปชั่นอย่างกว้างขวาง





