นักวิเคราะห์ระบุเหตุระเบิดสนามบินจีนย้ำกระแสไม่พอใจเจ้าหน้าที่รัฐ กรณีทารุณของตำรวจจีนที่ละเมิดสิทธิประชาชน
นักวิเคราะห์ชี้ เหตุระเบิดที่สนามบินปักกิ่งจากฝีมือของหนุ่มพิการนั่งรถเข็นวีลแชร์ ซึ่งทำเรื่องร้องเรียนมาเป็นเวลาหลายปีกรณีความทารุณของตำรวจจีน ทำให้เห็นชัดเจนว่ากระแสความไม่พอใจต่อการละเมิดสิทธิประชาชนโดยเจ้าหน้าที่ระดับล่างสามารถสร้างปัญหาใหญ่ให้กับเจ้าหน้าที่รัฐได้
รายงานข่าวระบุว่า นายจือ จงซิง วัย 34 ปี อดีตคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ต้องสูญสิ้นความหวังที่จะได้รับเงินชดเชยกรณีถูกตำรวจทำร้ายร่างกายจนพิการเมื่อปี 2548
ในความพยายามที่สิ้นหวังเพื่อเรียกร้องให้ทุกฝ่ายสนใจปัญหาที่เลวร้ายของเขา เขาจึงได้ทำระเบิดขึ้นเอง และจุดระเบิดในอาคารผู้โดยสารขาเข้าของสนามบินปักกิ่ง หลังจากที่เขาแจกใบปลิวบอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง
สถานการณ์ของนายจือ สะท้อนให้เห็นถึงกรณีอื่นที่นับไม่ถ้วน เกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ระดับล่างปฏิบัติต่อประชาชนทั่วไปด้วยวิธีรุนแรง อีกทั้งยังปฏิเสธความรับผิดชอบ เช่น เหตุกระทบกระทั่งกันเมื่อสัปดาห์ก่อนระหว่างเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกับพ่อค้าแตงโมคนหนึ่งในมณฑลหูหนานทางภาคกลางของจีน จนทำให้พ่อค้าคนดังกล่าวเสียชีวิต
ในการเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำคนใหม่ของจีน ได้ให้คำมั่นว่าจะทำให้หน่วยงานราชการโปร่งใสมากขึ้น และรับใช้ประชาชนให้ดียิ่งขึ้น แต่เขาก็ยอมรับว่ามีกระแสความไม่พอใจต่อเจ้าหน้าที่รัฐมากจนน่ากังวล
เมื่อเดือนก่อน นายเฉิน สุยซ่ง จุดไฟเผารถบัสในเมืองเซียะเหมินทางตอนใต้ของจีน เป็นเหตุให้ตัวเอง และคนในรถคันดังกล่าวอีกเกือบ 50 รายเสียชีวิต หลังจากที่เขาโพสต์ระบายบนโลกออนไลน์ว่าเคยล้มเหลวจากการยื่นเรื่องขอเงินประกันสังคมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึง 56 ครั้ง
ศาสตราจารย์ด้านการเมืองจีนจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ "นายเคอร์รี บราวน์" กล่าวว่า เป็นที่ชัดเจนว่าเหตุระเบิดที่สนามบินปักกิ่งค่อนข้างได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากสถานที่เกิดเหตุเป็นที่สาธารณะและสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้คนได้ ทั้งกระแสความไม่พอใจต่อเจ้าหน้าที่รัฐท้องถิ่นอยู่ในระดับรุนแรงอย่างมาก
บรรดานักวิชาการคาดการณ์ว่า เหตุการณ์ประท้วงในจีนตั้งแต่เรื่องการละเมิดสิทธิไปจนถึงปัญหามลพิษ มีมากที่สุดถึง 180,000 ครั้งต่อปี ในขณะที่รัฐบาลทุ่มเงินก้อนใหญ่ให้กับเรื่องการรักษาเสถียรภาพของประเทศ ด้วยการใช้งบไปกับการพัฒนากองทัพ แต่ทว่าวิธีการทางกฎหมายในการทวงความยุติธรรมของชาวจีนมีจำกัด เนื่องจากศาลตกอยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมืองและการทุจริต รวมถึงระบบที่ให้ประชาชนยื่นข้อร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่นั้นไม่มีประสิทธิภาพ โดยมีผู้ร้องเรียนหลายรายถูกจำคุกอยู่บ่อยครั้ง
บรรดาผู้ใช้ "เว่ยโป๋" สื่อสังคมออนไลน์ของจีนต่างกังขาเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และแสดงความเห็นใจต่อนายจือ ซึ่งเขาเตือนผู้คนให้ออกห่างจากตัวเขาก่อนที่จะจุดระเบิด ทำให้ผู้ได้รับบาดเจ็บเพียงคนเดียวคือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าไปห้ามเขา และยังทำให้เขาเองต้องเสียมือข้างซ้ายจากแรงระเบิด
นายบราวน์กล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นชั้นผู้น้อยที่รับหน้าที่ดำเนินการเรื่องสกปรกให้กับรัฐ เช่น การเรียกเก็บภาษีและบังคับใช้นโยบายลูกคนเดียว ทำให้สถานการณ์ต่างๆย่ำแย่ลง จากการเลือกใช้ความรุนแรงและปกปิดเรื่องนี้เอาไว้





