เอฟดีไอเดือนมิถุนายนของจีนเพิ่มขึ้น 20.12% เทียบกับปีก่อนหน้า ถือเป็นการเพิ่มขึ้นที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2554
กระทรวงพาณิชย์รายงานว่า จีนสามารถดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศหรือเอฟดีไอ จำนวน 14,400 ล้านดอลลาร์ช่วงเดือนมิ.ย. ขณะที่ยอดเอฟดีไอรวมในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 62,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 4.9% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555
นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ในเซี่ยงไฮ้ "นายหลี่ เว่ย" กล่าวว่า เอฟดีไอเดือนมิถุนายนแสดงให้เห็นว่า นักลงทุนจากต่างชาติยังมีความเชื่อมั่นในแนวโน้มเศรษฐกิจของจีน ทั้งในระยะกลางและระยะยาว เพราะจีนพยายามเพิ่มมูลค่าให้แก่เศรษฐกิจ อีกทั้งการบริโภคในประเทศยังแข็งแกร่ง พร้อมคาดว่าเอฟดีไอในช่วงครึ่งปีหลังจะแข็งแกร่ง และเชื่อว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัวได้ตามเป้าหมาย 7.5% ปีนี้
ขณะที่โฆษกกระทรวงพาณิชย์ "นายเฉิน ตันหยาง" แถลงว่า กระแสเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติที่ไหลเข้าประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างช้าๆ ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ แม้ว่าตัวเลขเพียงเดือนเดียวจะไม่สามารถบ่งบอกสัญญาณการฟื้นตัวของการลงทุนจากต่างชาติได้ก็ตาม โดยเขาเชื่อว่ากระแสเอฟดีไอที่ไหลเข้าประเทศจะยังมีเสถียรภาพต่อไปในช่วงครึ่งปีหลัง
ตัวเลขระบุว่าเอฟดีไอจากสหรัฐเพิ่มขึ้น 12.3% ในครึ่งปีแรก การลงทุนจากยุโรปเพิ่มขึ้น 14.7% เอฟดีไอจากญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 14.4% และการลงทุนจากอาเซียนเพิ่มขึ้น 5.3%





