ยูโรโซนได้เปรียบดุลการค้าเพิ่มขึ้นอย่างมากในเดือนพฤษภาคม แม้จะยังมีความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจโลก
ยูโรโซนได้เปรียบดุลการค้า 152,000 ล้านยูโร ถึงแม้ว่ายอดการส่งออกรายเดือนและรายปีจะลดลง โดยได้ปัจจัยหนุนส่วนใหญ่จากยอดการส่งออกของเยอรมนีซึ่งเป็นหนึ่งในจุดแข็งในช่วงที่ยูโรโซนต้องดิ้นรนจากวิกฤติหนี้สาธารณะ
สถาบันยูโรสแตท ระบุว่า การได้เปรียบดุลของยูโรโซนซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 200,000 ล้านยูโร แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม การส่งออกลดลง 2.3% หลังจากมีการปรับเปลี่ยนปัจจัยตามฤดูกาล
การได้เปรียบดุลในเดือนพ.ค. นับว่ามากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วกว่า 2 เท่า
การได้เปรียบดุลการค้าเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ในทางตรงกันข้าม การเสียเปรียบดุลมีแนวโน้มว่าจะทำให้การเติบโตซบเซาลง ดังนั้น การได้เปรียบดุลการค้าจึงมีความสำคัญอย่างมากในการรับมือกับภาวะเศรษฐกิจ
หากพิจารณาช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน จะพบว่า ดุลการค้าแสดงให้เห็นถึงการได้เปรียบดุลที่เพิ่มขึ้นกับสหรัฐและสวิตเซอร์แลนด์ ขณะที่มีการเสียเปรียบดุลการค้าอย่างหนักที่มีมานานกับจีน รัสเซีย และนอร์เวย์ ก็หดตัวลงในเดือนพฤษภาคม
จุดอ่อนของอียูซึ่งก็คือการขาดดุลทางพลังงาน ยังลดลงเหลือ 127,900 ล้านยูโร เทียบกับตัวเลขขาดดุล 146,600 ล้านยูโรในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายนของปี 2555
เยอรมนีมีตัวเลขได้เปรียบดุลการค้าอยู่ที่ 67,300 ล้านยูโร เนเธอร์แลนด์อยู่ที่ 19,200 ล้านยูโร และไอร์แลนด์ 12,100 ล้านยูโร ซึ่งเป็นการได้เปรียบดุลมากที่สุดของประเทศเหล่านี้ ขณะที่อังกฤษและฝรั่งเศสเสียเปรียบดุลการค้าหนักที่สุดอยู่ที่ 29,200 ล้านยูโรและ 25,800 ล้านยูโรตามลำดับ





