สองธนาคารสหรัฐ"เจพี มอร์แกน-เวลส์ ฟาร์โก"กำไรพุ่ง สะท้อนสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฟื้น
การประกาศรายได้ที่พุ่งสูงขึ้นของธนาคารสหรัฐ 2 ราย คือ เจพี มอร์แกน และ เวลส์ ฟาร์โก สะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังพัฒนาขึ้น โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นของทั้ง 2 ธนาคารส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการกันเงินสำรองสำหรับหนี้เสีย
ในไตรมาส 2 เจพี มอร์แกน รายงานผลกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 31% มาอยู่ที่ 6,500 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ และเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกันที่ธนาคารมีกำไรเพิ่มขึ้นด้วยตัวเลข 2 หลัก ขณะที่ผลกำไรของเวลส์ ฟาร์โก ก็เพิ่มขึ้น 20% มาอยู่ที่กว่า 5,250 ล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ เจพี มอร์แกน ธนาคารรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ มีกำไรเพิ่มขึ้นจากการค้าและวาณิชธนกิจที่แข็งแกร่ง ส่วนเวลส์ ฟาร์โก ผู้ปล่อยสินเชื่อบ้านรายใหญ่อันดับ 1 ของประเทศ ก็ได้อานิสงส์จากธุรกิจเงินกู้บ้านที่กระเตื้องขึ้น
นักวิเคราะห์หลายรายกล่าวว่า ถือเป็นไตรมาสที่ยอดเยี่ยมแต่ก็ยังไม่อาจวางใจได้ สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยระยะยาวจะสูงขึ้น ขณะที่ผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้น 1% จากจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาและคาดว่าจะสูงขึ้นอีก
นายทอม อลองโซ่ นักวิเคราะห์จากบริษัทแมคควอรี ซีเคียวริตีส์ กล่าวว่า ปัจจัยเหล่านี้กระตุ้นให้อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นซึ่งสามารถช่วยให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิดีขึ้น แต่อาจจะไม่เกิดขึ้นทันทีทันใด
ขณะที่นายเอริค โอจา นักวิเคราะห์จากสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส แคปิตอล ไอคิว ระบุว่า ธนาคารต่างๆมีรายได้เพิ่มจากเงินกู้ที่มีดอกเบี้ยสูงขึ้น แต่ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นนี้ก็ทำให้กระแสโฮลดิงของธนาคารได้รับผลกระทบเช่นกัน อย่างกรณีความต้องการพันธบัตรและเงินกู้จำนอง โดยเฉพาะการทำรีไฟแนนซ์ ที่มีปริมาณมากเกินไปในขณะนี้





