กองทัพคือผู้ที่ปกครองอียิปต์ตลอด 60 ปีที่ผ่านมา รวมถึงมูบารักที่เป็นทหาร
เมื่อประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด มอร์ซีแห่งอียิปต์ ปลดบรรดานายทหารช่วงปีก่อนและแต่งตั้งนายพลอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซีซี ขึ้นเป็นผู้บัญชาการกองทัพและรัฐมนตรีกลาโหมนั้น เป็นเหมือนการบ่งชี้ว่ากองทัพอยู่ใต้การบังคับบัญชาของผู้นำคนแรกที่มาจากการเลือกตั้งตามแนวทางประชาธิปไตย
เมื่อครั้งได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ซีซี วัย 58 ดูมีคุณสมบัติเหมาะสมเพราะเป็นนายพลรุ่นใหม่ที่ต้องการโอกาสหลังจากอยู่ใต้เงาของนายพลสูงวัยมาหลายปี อย่างนายพลฮุสเซน ทันทาวี วัย 78 ที่เป็นรัฐมนตรีกลาโหมของอดีตประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก มา 20 ปี
จริงๆ คนที่มาจากกองทัพคือผู้ที่ปกครองอียิปต์ตลอด 60 ปีที่ผ่านมา รวมถึงมูบารักที่เป็นทหาร ขณะที่กองทัพเองก็บริหารประเทศช่วงเปลี่ยนผ่าน 16 เดือนหลังจากการปฏิวัติพลังประชาชนอันทำให้นายพลคนสุดท้ายคือมูบารัก ต้องลงจากตำแหน่ง และกองทัพก็ลังเลที่จะส่งมอบอำนาจให้นายมูร์ซี จนกระทั่งนายมูร์ซีปลดนายทันทาวีและนายพลอีกหลายคน
มาในวิกฤตการณ์ครั้งนี้ นายพลซีซีเป็นดั่งตัวแปรสำคัญ โดยเขาเตือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่ากองทัพมีหน้าที่เข้าแทรกแซงเพื่อไม่ให้อียิปต์ตกสู่อุโมงค์แห่งความขัดแย้งและการต่อสู้ แต่เขาไม่ได้เข้าข้างทั้งประธานาธิบดีหรือฝ่ายตรงข้าม
นายพลซีซีเคยกล่าวไว้ว่า กองทัพภักดีต่อประชาชนและประเทศชาติ จนกระทั่งในที่สุดเขาได้ยื่นคำขาดให้นายมอร์ซียอมแบ่งปันอำนาจกับฝ่ายตรงข้ามภายใน 48 ชั่วโมง
นายพลซีซีเป็นทหารอาชีพที่ได้รับการบ่มเพาะมาเพื่อทำหน้าที่ผู้นำ หลังจากเคยดูแลทั้งด้านบัญชาการ ข่าวกรอง และการทูตในกองทัพ ทั้งยังเคยไปอยู่ที่วิทยาลัยการทหารของสหรัฐในรัฐเพนซิลวาเนีย 1 ปี ดังนั้นเขาจึงคุ้นเคยกับสหรัฐ ซึ่งให้เงินช่วยเหลือกองทัพอียิปต์ปีละ 1,300 ล้านดอลลาร์
กองทัพภายใต้การนำของนายพลซีซีได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางในประเทศ ขณะที่เขาก็ใช้วิธีที่ระมัดระวังในการเรียกเสียงสนับสนุนสู่กองทัพ ด้วยการส่งเครื่องบินไปโปรยธงชาติให้ฝูงชนที่ชุมนุมกันที่จตุรัสตาหะรี
นายไมเคิล วาฮิด ฮันนา แห่งมูลนิธิเซนจูรี ชี้ว่ากองทัพไม่มีความต้องการจะกลับมาปกครองประเทศอีก และนายพลซีซีก็ไม่ได้อยู่ในกลุ่มแกนนำแม่ทัพสายเหยี่ยวที่ต้องการแสดงบทบาทดังกล่าว
แหล่งข่าวในกองทัพเผยว่าการที่นายมอร์ซีเรียกร้องเมื่อเดือนที่แล้วให้ต่างชาติเข้าแทรกแซงในซีเรีย ถือเป็นจุดเปลี่ยน นอกจากนั้น กลุ่มภราดรภาพมุสลิมของนายมอร์ซียังไปไกลกว่านั้น ด้วยการเรียกร้องให้ทำสงครามศักดิสิทธิ์ อันเป็นคำที่สร้างความวิตกแก่กองทัพซึ่งใช้เวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา ปราบปรามกลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรง





