อดีตเจ้าหน้าที่การข่าวหลายคนชี้ว่า ประเทศในยุโรปอาจแสดงความไม่พอใจ หลังจากมีข่าวว่าถูกสหรัฐสอดแนม
ประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งสหรัฐ ดูเหมือนจะพูดถึงประเด็นนี้ขณะพยายามปลดชนวนความไม่พอใจ กรณีข่าวที่ว่าสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ (เอ็นเอสเอ) ดักฟังคณะทำงานของสหภาพยุโรป (อียู) ที่วอชิงตัน รวมถึงดักฟังตามสถานทูต
โอบามา กล่าวว่า รับรองได้ว่าหลายเมืองในยุโรปก็มีคนสนใจว่าเขาพูดอะไรบ้างกับผู้นำชาติต่างๆ ซึ่งนี่คือโลกของการข่าว
นายไมเคิล เฮย์เดน อดีตหัวหน้าเอ็นเอสเอ กล่าวทำนองเดียวกันว่าอเมริกาไม่ใช่ประเทศเดียวที่คอยดักฟังเพื่อนๆ เขากล่าวในการให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ซีบีเอสว่าคนยุโรปที่อยากไปหาเสื้อต่อต้านการจารกรรมมาใส่ ควรไปหาข้อมูลก่อนว่ารัฐบาลของตัวเองกำลังทำอะไร
การโวยวายเรื่องสอดแนม น่าจะคล้ายกับในภาพยนตร์คลาสสิคเรื่อง "คาซาบลังกา" ที่ตำรวจฝรั่งเศสแกล้งทำเป็นช็อค หลังจากพบว่ามีการเล่นพนันในบาร์แห่งหนึ่ง
อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองคนหนึ่งกล่าวว่า ฝรั่งเศสสอดแนมสหรัฐ อังกฤษ ส่วนอิสราเอล รัสเซีย อังกฤษ สหรัฐ จีน และประเทศใหญ่ๆ ทุกชาติที่ทำงานข่าวกรองอย่างจริงจังมักสอดแนมรัฐบาลของประเทศอื่น
แต่แหล่งข่าวยุโรปคนหนึ่ง กล่าวว่า การที่ชาติยุโรปแสดงความไม่พอใจ ถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะโครงการ "พริซึ่ม" นับเป็นการสอดแนมทางอิเลกทรอนิกครั้งใหญ่ของสหรัฐ และถูกเปิดโปงโดยนายเอดเวิร์ด สโนว์เดน
นายเจมส์ ลูอิส อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงสหรัฐและผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์ กล่าวว่าคำวิจารณ์บางประการฟังไม่ค่อยมีน้ำหนักเพราะประเทศยักษ์ใหญ่ยุโรปบางชาติก็ทำในสิ่งที่คล้ายคลึงกันนี้
นายจอห์น ชูเออร์ อดีตเจ้าหน้าที่ซีไอเอหรือสำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐ กล่าวว่าการพูดในที่สาธารณะเกี่ยวกับการสอดแนมอย่างหนึ่ง แต่กลับลงมือกระทำอีกอย่างหนึ่ง เป็นธรรมเนียมที่มีมานานแล้ว การเสแสร้างเป็นส่วนหนึ่งของเกมนี้มาตลอด
นายชูเออร์เป็นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งในโครงการคุกลับสอบปากคำผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายหลังโศกนาฎกรรม 11 ก.ย. 2544 เขากล่าวว่าซีไอเอนำข้อมูลที่ได้จากการใช้วิธีรุนแรงในการสอบปากคำผู้ต้องสงสัย มาแบ่งปันกับประเทศในยุโรปเป็นประจำ แต่ทุกครั้งที่เรื่องนี้เป็นข่าว ยุโรปจะทำท่าช็อคและประนามสหรัฐที่มีคุกลับ ซึ่งนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของเกม
อดีตซีไอเอคนนี้ บอกว่า สหรัฐสามารถตลบหลังประเทศอื่นได้ตลอดเวลาหากต้องการทำเช่นนั้น เพราะสหรัฐมีข้อมูลว่าใครสอดแนมสหรัฐบ้าง ซึ่งหากยุโรปผลักดันสหรัฐมากเกินไป ประธานาธิบดีก็อาจบอกว่าโอเค นี่คือหลักฐานว่าประเทศนั้นประเทศนี้ในยุโรปที่สอดแนมสหรัฐ
ในโลกของการสอดแนมนั้น การล้วงความลับในหมู่พันธมิตรกันเองก็เป็นสิ่งที่ยอมรับกันอย่างเงียบๆ แต่มีบางวิธีที่ไม่เคยนำมาใช้ อย่างพยายามกำหนดผลเลือกตั้งในยุโรป
ข้อห้ามสอดแนมเพื่อนใช้กับ 5 ประเทศคือสหรัฐ อังกฤษ ออสเตรเลีย แคนาดา และนิวซีแลนด์ ที่มีข้อตกลง"ไฟฟ์อาย" (five eyes) กันในเรื่องการข่าวและถูกวิจารณ์อย่างหนักช่วงทศวรรษ 90 เมื่อโครงการสอดแนมทางอิเลกทรอนิกที่ชื่อ "เอชเชลอน" (Echelon) ถูกเปิดโปง
ขณะที่ในบรรดาพันธมิตรของสหรัฐนั้น ฝรั่งเศสกับอิสราเอลถูกสงสัยว่าพัวกันการสอดแนมทางไซเบอร์เพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ





