"สไนว์เดน"ปัญหาใหญ่ที่"โอบามา"ต้องเร่งแก้ การท้าทายจากกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "นักแสดงที่ไม่ใช่รัฐ" ที่กุมความลับขนาดมหึมาของรัฐบาลสหรัฐ
นับตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง นโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้อาศัยแนวทางแผ่ขยายอำนาจโดยการฟื้นความสัมพันธ์กับรัสเซีย สร้างความเป็นพันธมิตรกับจีน และเสนอการเริ่มต้นใหม่กับผู้นำประเทศที่เป็นปรปักษ์กับสหรัฐตั้งแต่อิหร่านไปจนถึงเวเนซุเอลา
อย่างไรก็ตาม การเดินทางรอบโลกของนายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตลูกจ้างผู้รับเหมาสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นเอสเอ) เน้นให้เห็นถึงข้อจำกัดของแนวทางดังกล่าวของสหรัฐ
การท้าทายจากกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "นักแสดงที่ไม่ใช่รัฐ" ซึ่งหมายความถึง ตัวนายสโนว์เดน และกลุ่มวิกิลีกส์ ทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนของโลกที่ไม่ยอมอ่อนข้อให้กับการชี้ถูกชี้ผิดโดยสหรัฐ
นายสโนว์เดนเดินทางออกจากฮ่องกง ซึ่งเป็นเขตปกครองพิเศษของจีน เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากทางการฮ่องกงปฏิเสธคำร้องขอของสหรัฐที่ให้กักตัว และเนรเทศเขากลับมายังสหรัฐเพื่อดำเนินคดี โดยนายสโนว์เดนนั้นเป็นที่รู้จักจากการออกมาเปิดโปงข้อมูลระดับลับสุดยอดของเอ็นเอสเอเกี่ยวกับโครงการสอดแนมข้อมูลที่ชื่อว่า "พริซึ่ม"
รัฐบาลจีนอาจต้องการกำจัดปัญหาขุ่นเคืองใจในความสัมพันธ์ที่มีหลายแง่มุมกับรัฐบาลสหรัฐ อย่างไรก็ตาม จุดแวะพักถัดไปของนายสโนว์เดน คือ รัสเซียซึ่งเป็นทั้งมิตรและศัตรูของสหรัฐ แต่ในด้านความเป็นมิตรนั้น แทบจะไม่มองเห็นเลย นับแต่ที่ประธานาธิบดีบวลาดิมีร์ ปูติน กลับคืนอำนาจอีกครั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2555
วิกิลีกส์ ซึ่งเปิดเผยว่าเป็นผู้คอยให้ความช่วยเหลือนายสโนว์เดน แถลงผ่านทวิตเตอร์ว่า นายสโนว์เดนตั้งใจที่จะเดินทางไปเอกวาดอร์ ซึ่งมีรัฐบาลที่เป็นปรปักษ์กับสหรัฐ โดยนายริการ์โด ปาติโน อะโรคา รัฐมนตรีต่างประเทศเอกวาดอร์ ระบุผ่านทวิตเตอร์เช่นเดียวกันว่า รัฐบาลของเขาได้รับคำขอลี้ภัยของนายสโนว์เดนแล้ว
แน่นอนว่า สถานการณ์เช่นนี้ทำให้รัฐบาลสหรัฐต้องรวบรวมกำลังทั้งหมดที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจทางการทูต กฎหมาย และการเมือง เพื่อนำตัวนายสโนว์เดนกลับมาดำเนินคดีในสหรัฐ ในข้อหาจารกรรมข้อมูลและขโมยทรัพย์สินของราชการ เบื้องต้นนั้น รัฐบาลวอชิงตันได้ตัดสินใจที่จะยกเลิกหนังสือเดินทางของนายสโนว์เดนแล้ว
อย่างไรก็ดี นายสโนว์เดนเองก็มีอำนาจต่อรองอยู่ในมือ เป็นข้อมูลลับของเอ็นเอสเอ ที่ไม่มีใครล่วงรู้ว่ามีปริมาณ และขอบเขตกว้างไกลเท่าใด
วุฒิสมาชิกไดแอนน์ ไฟน์สไตน์ ประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรอง วุฒิสภา ระบุว่า ดูเหมือนรัฐบาลสหรัฐจะไม่รู้ว่านายสโนว์เดน ซึ่งมีตำแหน่งงานสุดท้ายเป็นผู้บริหารจัดการระบบที่ศูนย์ดักฟังของเอ็นเอสเอในฮาวาย กุมความลับไว้มากน้อยเท่าเพียงใด
นางไฟน์สไตน์กล่าวว่า เท่าที่ได้รับรายงานมา นายสโนว์เดนอาจมีข้อมูลลับมากกว่า 200 เรื่อง แต่เธอไม่สามารถยืนยันถึงข้อมูลที่ได้มานี้
ก่อนหน้านี้ นายสโนว์เดนเปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ "เซาธ์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์" ของฮ่องกงว่า สหรัฐได้เจาะเข้าไปในระบบติดต่อกันทางมือถือ และส่งข้อความของจีน นอกเหนือจากมหาวิทยาลัยหลายแห่งในจีน ที่เป็นศูนย์กลางอินเทอร์เน็ตที่สำคัญของประเทศ





