วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธ.กลางจีนร้องภาคธนาคารบริหารสภาพคล่อง

ธนาคารกลางจีนเรียกร้องให้ธนาคารต่างๆ ในประเทศเพิ่มการบริหารสภาพคล่อง อันเป็นสัญญาณว่าจีนไม่ตั้งใจจะผ่อนคลายนโยบายแม้ภาวะสินเชื่อตึงตัว

แถลงการณ์ดังกล่าวเป็นการแสดงความเห็นครั้งแรกของธนาคารกลางจีน ตั้งแต่ต้นทุนกู้ยืมระหว่างธนาคารพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จนทำให้เกิดความวิตกว่าอาจเกิดวิกฤติเงินสดในจีน ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวอยู่ในปัจจุบัน

ที่ผ่านมา ผู้กำหนดนโยบายไม่ได้อัดฉีดสภาพคล่องเพิ่มเติมเข้าระบบ เพราะวิตกว่าหนี้เสียจะเพิ่มขึ้น

แถลงการณ์ของธนาคารกลางจีน ตอกย้ำเสียงเรียกร้องของนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ให้ใช้เงินทุนที่มีอยู่เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ พร้อมขอให้ธนาคารต่างๆ บริหารความเสี่ยงสภาพคล่องอย่างระมัดระวัง และขอให้ธนาคารพาณิชย์ร่วมมือกับธนาคารกลางเพื่อสร้างเสถียรภาพแก่ตลาด

หุ้นจีนทรุดลงไป 5.30% วานนี้ ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดในรอบเกือบ 4 ปีหลังจากซึมซับข่าวดังกล่าว โดยหุ้นภาคการเงินลดลงกว่า 7%

เงินสดที่ตึงตัวอย่างกระทันหันในตลาด โดยบางธนาคารต้องจ่ายดอกเบี้ยถึง 25% สำหรับเงินสด ก่อให้เกิดความวิตกว่าความพยายามของจีนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มีความสมดุลมากขึ้นด้วยการลดการพึ่งพาการลงทุนที่อาศัยสินเชื่อ อาจส่งผลเสีย ซึ่งในกรณีเลวร้ายสุดนั้นอาจทำให้ตลาดเงินเป็นอัมพาตและทำให้ธนาคารที่มีฐานะอ่อนแอผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งอาจซ้ำรอยวิกฤติการเงินในสหรัฐเมื่อปี 2551 หลังจากเลแมนบราเดอร์ล้มละลาย ซึ่งหากสิ่งดังกล่าวเกิดขึ้นจริงก็จะกระทบเศรษฐกิจโดยรวมของจีน รวมถึงคู่ค้าสำคัญๆ และเศรษฐกิจโลกด้วย

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ล่าสุดดีขึ้น เมื่ออัตราดอกเบี้ยกู้ยืมระหว่างธนาคารลดลงช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากพุ่งขึ้นเป็นกว่า 10% ท่ามกลางข่าวลือว่าธนาคารกลางกดดันธนาคารต่างๆ ให้ปล่อยกู้ โดยอัตราดอกเบี้่ยกู้ยืมระหว่างธนาคารลดเหลือ 7.58% จาก 9.25%

เศรษฐกิจจีนขยายตัว 7.8% เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 13 ปี และเติบโตเพียง 7.7% เมื่อไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งเป็นการเติบโตที่ต่ำกว่าการคาดหมาย นักเศรษฐศาสตร์ของโนมูระอินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่าคำประกาศของธนาคารกลางจีนสะท้อนว่าทางการยอมรับได้กับสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงและจะไม่ผ่อนคลายนโยบายสินเชื่อ