ยักษ์ใหญ่ไอทีโลกอย่าง กูเกิล เฟซบุ๊ค และลิงค์อิน แห่ทดสอบสินค้าและเทคโนโลยีใหม่ๆ ในนิวซีแลนด์ เนื่องจากนิวซีแลนด์ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกล่าวว่า การที่กูเกิลเลือกนิวซีแลนด์เป็นสถานที่เปิดแผนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สายที่ติดตั้งอยู่บนบอลลูน เท่ากับเป็นการตอกย้ำชื่อเสียงของนิวซีแลนด์ ในฐานะแหล่งทดสอบของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ที่ต้องทดลองนวัตกรรมใหม่ๆ
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า สถานที่ตั้งของนิวซีแลนด์ ที่อยู่ในซีกโลกทางตอนใต้ พร้อมกับประชากรที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีและใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ เป็นประเทศที่บริษัทอย่างกูเกิลและเฟซบุ๊ค สามารถเข้าไปทดสอบสินค้าใหม่ได้อย่างเงียบๆ โดยไม่ต้องกังวลถึงผลกระทบที่ร้ายแรงหากเกิดความผิดพลาดขึ้น
นายมัลคอล์ม เฟรเซอร์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารสถาบันฟิวเจอร์ ซิตีส์ ในเมืองโอ๊คแลนด์ ที่วิจัยแนวโน้มการเข้ามาทดสอบสินค้าของบริษัทไอทีรายใหญ่ของโลก กล่าวว่า ชาวนิวซีแลนด์ส่วนใหญ่ค่อนข้างมีการตอบรับที่ดีต่อเทคโนโลยีที่สามารถร่นระยะทางในการเชื่อมต่อได้ และนิวซีแลนด์เองก็เป็นตลาดขนาดเล็กดังนั้นค่าใช้จ่ายเพื่อทดสอบสินค้าตัวใหม่จะไม่สูง และถ้าหากเกิดความผิดพลาด ตำแหน่งของนิวซีแลนด์ก็อยู่ไกลกับตลาดหลักๆ ของโลก เพียงพอที่จะไม่ทำให้เกิดผลกระทบข้างเคียงได้
เมื่อปีที่แล้ว เฟซบุ๊ค ได้เปิดทดลองให้ชาวนิวซีแลนด์สามารถชำระค่าบริการเพื่อทำให้ข้อความล่าสุดหรือการอัพเดตล่าสุด โดดเด่นในหน้าจอหลัก (newsfeeds) ของเพื่อนๆ
นอกจากนี้ "ไทม์ไลน์" ของเฟซบุ๊ค ยังเปิดให้บริการเป็นครั้งแรกในนิวซีแลนด์เมื่อปี 2554 โดยในครั้งนั้นเฟซบุ๊คกล่าวว่า ในฐานะที่เป็นบริษัทข้ามชาติ เฟซบุ๊คควรจะได้รับมุมมองและความคิดเห็นจากผู้ใช้นอกสหรัฐด้วย ซึ่งนิวซีแลนด์ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เนื่องจากประชาชนใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร ทำให้ง่ายต่อการนำข้อแนะนำมาปรับปรุงเพื่อมาพัฒนาสินค้าภายในเวลาอันรวดเร็ว
ด้านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ลิงค์อิน ก็ได้ทดสอบสินค้าตัวหนึ่งของบริษัทในนิวซีแลนด์เมื่อปีที่แล้วเช่นเดียวกัน
นายเฟรเซอร์กล่าวว่านิวซีแลนด์เป็นเหมือนห้องทดลองย่อยๆ สำหรับการทดลองทางเทคโนโลยีมาตั้งแต่ช่วงปี 2530 เป็นต้นมา ตั้งแต่มีการเปิดให้บริการระบบชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ครั้งแรก
ในช่วงปี 2543 บริษัทโวดาโฟน ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคม ได้ทดลองใช้เครือข่าย GPRS ที่ได้เข้ามาทดแทนการเชื่อมอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์ในนิวซีแลนด์เป็นครั้งแรก ก่อนเปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วโลก
นางแคนดิซ คิสเซอร์ จากกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เอ็นแซทไอทีซี กล่าวว่า นิวซีแลนด์เป็นเหมือนเมืองจำลองประชาคมโลก โดยเมืองโอ๊คแลนด์มีผู้อพยพย้ายถิ่นฐานเข้ามากว่า 50% ของประชากรทั้งหมด และประชากรเหล่านี้ก็มาจากส่วนต่างๆ ของโลก นอกจากนี้ ชาวนิวซีแลนด์ยังยอมรับเทคโนโลยีใหม่อย่างรวดเร็วและใช้เทคโนโลยีใหม่อย่างมีประสิทธิภาพด้วย
นายเฟรเซอร์กล่าวว่า โครงการล้ำสมัยที่เข้าไปทดลองในนิวซีแลนด์ ช่วยผลักดันภาคส่วนไอทีของนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นผู้นำโลกทางด้านเกมคอมพิวเตอร์และเทคนิคพิเศษทางดิจิตอลด้วย เพราะเมื่อองค์กรต่างๆ เข้าไปในนิวซีแลนด์ ไม่ได้นำไปทั้งแผนกวิจัยและพัฒนา แต่นำไปแค่ผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีหนึ่งหรือสองคน พร้อมผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยีใหม่ ดังนั้นชาวนิวซีแลนด์จึงได้รับผลประโยชน์จากการที่ได้ถูกฝึกและเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ





