ตำรวจและผู้ชุมนุมชาวอินโดนีเซียปะทะเดือดวานนี้ หลังประชาชนหลายพันคนประท้วงทั่วประเทศ ต่อต้านแผนขึ้นราคาน้ำมันของรัฐบาล
ตำรวจระดมยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยาง ขณะที่ผู้ชุมนุมขว้างปาก้อนหินเข้าใส่เจ้าหน้าที่ เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บหลายคน ระหว่างที่สมาชิกสภาประชุมกันเพื่อเตรียมอนุมัติการแก้ไขร่างกฎหมายงบประมาณ ที่ปูทางให้รัฐบาลขึ้นราคาน้ำมันครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2551
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเผยว่า ผู้ประท้วงห้าคน ผู้สื่อข่าวหนึ่งคน และตำรวจเจ็ดคน ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกันในเมืองเทอร์เนต ทางตะวันออกของหมู่เกาะโมลุกะ หลังจากฝูงชน 2 พันคนขว้างไม้และอาวุธเข้าใส่ตำรวจ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยิงกระสุนยางตอบโต้ แต่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมด้วย
ในเมืองจัมบี บนเกาะสุมาตรา ผู้ชุมนุมหลายร้อยคนพยายามทะลายประตูสำนักงานสภาท้องถิ่น จนกระทั่งสถานการณ์วุ่นวายและตำรวจต้องยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุม
ส่วนด้านนอกอาคารรัฐสภาในกรุงจาการ์ตา ผู้ชุมนุมราว 3 พันคน จุดไฟเผายางรถยนต์ และโบกป้ายผ้าที่มีข้อความต่อต้านการขึ้นราคาน้ำมัน ขณะที่ผู้ชุมนุมคนหนึ่งตะโกนด้วยเสียงอันดังให้เตรียมพร้อมที่จะเข้ายึดอาคารรัฐสภา หากมีการขึ้นราคาน้ำมัน
ตำรวจเปิดเผยว่า มีการวางกำลังตำรวจและทหารราว 19,000 นายทั่วกรุงจาการ์ตา
ราคาน้ำมันเป็นประเด็นอ่อนไหวในอินโดนีเซียมานาน นักเศรษฐศาสตร์หลายคนเตือนว่า การอุดหนุนราคาน้ำมันขนานใหญ่ของรัฐบาลกำลังส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจอินโดนีเซีย
แต่ประชาชนหลายล้านคนคัดค้านการลดการอุดหนุน ที่ช่วยให้ต้นทุนในการดำรงชีวิตต่ำลง และการประท้วงครั้งใหญ่ในอดีตเคยบีบให้รัฐบาลล้มเลิกความพยายามที่จะขึ้นราคาน้ำมันมาแล้ว
ชาวอินโดนีเซียผู้เป็นเจ้าของรถส่วนตัวมีจำนวนเพียงเล็กน้อย แต่คาดว่าแผนการขึ้นราคาน้ำมัน 44% จะทำให้ต้นทุนสินค้าในชีวิตประจำวันสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการขนส่งเพิ่มขึ้น
การแก้ไขกฎหมายงบประมาณที่มีการอภิปรายกันนั้น จะให้ความช่วยเหลือทางการเงินสำหรับครัวเรือนที่ยากจน ซึ่งมีแนวโน้มได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการขึ้นราคาน้ำมัน





