องค์การคลองปานามาทุ่ม5.25 พันล้านดอลลาร์ ขยายคลองหนุนการใช้เส้นทางส่งแอลเอ็นจี-ถ่านหิน
องค์การคลองปานามามองว่า การขยายคลองปานามามูลค่า 5.25 พันล้านดอลลาร์จะช่วยส่งเสริมการเติบโตของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ถ่านหิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ซึ่งเป็นการค้าใหม่เอี่ยมที่ไม่เคยมีมาก่อนให้เพิ่มมากขึ้น แต่โครงการนี้ก็ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ทุกวันนี้ บริษัทด้านพลังงานพากันลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ ด้วยความหวังที่จะสร้างรายได้จากการขนส่งก๊าซแอลเอ็นจี ที่มีราคาค่อนข้างถูก จากสหรัฐผ่านคลองที่ขยายแล้ว ไปยังตลาดต่างๆ ในเอเชียที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และราคาก๊าซสูงกว่าถึง 5 เท่า
ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสแผนกการขนส่งของเหลว สำนักงานวิจัยตลาดและวิเคราะห์ องค์การคลองปานามา "นางซิลเวีย มารุซซี" ระบุว่า เมื่อ 10 ปีที่แล้ว สำนักงานไม่เคยนำเรื่องการสนับสนุนการค้าแอลเอ็นจีเข้ามารวมไว้ในการประเมินเลย แต่การพัฒนาน้ำมันหินเชลในสหรัฐ ทำให้เกิดความเป็นไปได้ในศักยภาพการส่งออก ซึ่งทางสำนักงานให้ความสนใจกับเรื่องนี้อย่างมาก เพราะบรรดาเรือขนส่งสินค้าเหล่านั้น ไม่เคยเดินเรือผ่านทางคลองปานามามาก่อน เพราะจากขนาดของเรือ แต่ด้วยประตูน้ำใหม่ ที่มีความสมบูรณ์สำหรับเรือขนส่งสินค้าเหล่านี้ และเกือบ 90% ของกองเรือโลกสามารถใช้ได้ เส้นทางหลักที่เห็นคือส่งออกสู่อ่าวเม็กซิโก โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่เอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และจีน
คลองปานามาที่กว้างขึ้น และลึกขึ้น เตรียมเปิดให้บริการสำหรับการเดินเรืออีกครั้งหนึ่งในช่วงกลางปี 2558 ซึ่งจะเป็นช่วงเดียวกับที่แหล่งพลังงานต่างๆ ในสหรัฐ สามารถเริ่มต้นการส่งออกก๊าซแอลเอ็นจี ที่บรรจุอยู่ในเรือบรรทุกน้ำมันที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะใช้เส้นทางเดินเรือเดิมของคลองปานามาได้
องค์การคลองปานามามั่นใจว่า การค้าพลังงานใหม่จะเข้ามาชดเชยกับการหดหายไปของการขนส่งสินค้าประเภทอื่นๆ ที่คาดว่าจะลดต่ำลง ซึ่งคาดว่า ภายในปี 2568 จะมีก๊าซแอลเอ็นนีเดินทางผ่านเส้นทางน้ำอันเก่าแก่ร่วมศตวรรษแห่งนี้มากถึง 25 ล้านตัน จากที่ไม่มีเลยในปัจจุบัน และการขนส่งก๊าซแอลพีจีเพียงอย่างเดียว จะทำรายได้ให้กับคลองปานามา คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 10% ของรายได้ทั้งหมด





