วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยุโรปยกระดับการเข้าถึงข้อมูลออนไลน์

ความสามารถของรัฐบาลยุโรปในการสอดส่องกิจกรรมออนไลน์ของประชาชนด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงเพิ่มขึ้น

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ความเข้มงวดในการตรวจตราข้อมูลส่วนตัวบนอินเทอร์เน็ตยังคงอยู่ในวงจำกัดเมื่อเทียบกับที่เกิดขึ้นในสหรัฐ และขึ้นอยู่กับมาตรการควบคุมที่เข้มงวด

ภายใต้กฎหมายที่อนุมัติโดย 27 ประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป หรือ อียู เมื่อปี 2549 ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ต จะต้องเก็บรักษาประวัติการโทรเข้าออก และกิจกรรมบนโลกออนไลน์ของผู้ใช้เป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน

นอกจากนี้ ยังกำหนดให้หน่วยงานความมั่นคงสามารถตรวจสอบว่าใครติดต่อกับใคร ที่ใด เมื่อไร และนานเท่าไร แต่ไม่สามารถเข้าไปดูได้ว่าเนื้อหาที่สื่อสารกันเกี่ยวกับอะไร

สภานิติบัญญัติยุโรป ซึ่งเห็นชอบกฎหมายดังกล่าวตั้งแต่ช่วงหลังเกิดเหตุระเบิดที่กรุงมาดริดในปี 2547 และกรุงลอนดอนในปี 2548 ต้องการที่จะสร้างมาตรฐานขั้นต่ำภายในกลุ่มประเทศอียูด้วยกัน

อย่างไรก็ดี รัฐบาลแต่ละประเทศสมาชิก มีอิสระที่จะกำหนดช่วงระยะเวลาที่จะให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมเก็บรักษาข้อมูลไว้ ทำให้ผู้ให้บริการบางรายแสดงความไม่พอใจออกมาเพราะการทำเช่นนี้จะต้องทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ตัวอย่างสำหรับเรื่องข้างต้น รวมถึงกรณีที่เกิดขึ้นในอิตาลี ที่รัฐบาลกำหนดให้ในบางกรณีนั้นต้องมีการเก็บข้อมูลไว้นานถึง 4 ปี ขณะที่เยอรมนี และฟินแลนด์ ไม่ได้มีการออกกฎหมายเกี่ยวกับประเด็นนี้ ก่อนที่กฎหมายของอียูจะมีผลบังคับใช้

หลักการสำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือ รัฐบาลสามารถร้องขอข้อมูลได้เฉพาะกรณีที่มีความน่าสงสัยอย่างมีเหตุมีผล ในกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับการก่อการร้าย หรืออาชญากรรมข้ามชาติ

นอกจากนี้ กระบวนการที่แท้จริงเกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้ตรวจสอบข้อมูลที่ถูกปกปิดโดยกฎหมายของอียู และให้หน่วยข่าวกรองสามารถสามารถตรวจสอบเนื้อหาของอีเมล และอื่นๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละรัฐบาล

ในอังกฤษ ตำรวจสามารถระบุได้ว่าใครเป็นผู้โทรศัพท์หรือส่งข้อความ เมื่อใดและที่ไหน แต่พวกเขาไม่สามารถทำลักษณะเดียวกันกับการติดต่อผ่านอีเมล อินเทอร์เน็ต การส่งข้อความสำเร็จรูป หรือบริการออนไลน์อื่นๆ เช่น สไกป์ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานความมั่นคงยังเรียกร้องว่า พวกเขาจำเป็นต้องมีอำนาจในการเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้เพื่อที่จะต่อสู้กับภัยจากการก่อการร้ายอย่างมีประสิทธิภาพ

นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน จากพรรคอนุรักษ์นิยมของอังกฤษ เห็นด้วยในเรื่องนี้ แต่ร่างกฎหมายประเด็นดังกล่าวถูกขัดขวางจากพรรคร่วมรัฐบาล คือพรรคเสรีประชาธิปไตย ท่ามกลางความวิตกว่า ร่างกฎหมายนี้จะกลายเป็น "ใบอนุญาตนักสอดแนม"

แม้ว่าร่างกฎหมายดังกล่าว อาจจะทำให้ตำรวจอังกฤษสามารถเข้าถึงการสื่อสารบนโลกออนไลน์ทุกประเภท แต่การจะเข้าตรวจสอบบทสนทนา หรือข้อความได้นั้น ก็ยังต้องขอหมายจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ สเปน กำลังเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่คล้ายคลึงกับอังกฤษ โดยรัฐบาลกรุงมาดริดอยู่ระหว่างการทำงานเพื่อการปฏิรูปกฎหมายอาญา ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตั้งซอฟต์แวร์สอดแนมในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลภายใต้การอนุญาตของผู้พิพากษา

ส่วนที่เยอรมนี เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงสามารถตรวจสอบประเภท และเนื้่อหาของการสื่อสารดิจิทัลทั้งหมด ที่อยู่ภายใต้กฎหมายที่ออกมาตั้งแต่เมื่อปี 2545 และฉบับปรับปรุงในปี 2551 ขณะที่ฝรั่งเศส เปิดทางให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในคดีอาญา สามารถขอให้ผู้บริการอินเทอร์เน็ต ส่งมอบบันทึกการสื่อสาร ที่กฎหมายกำหนดให้เก็บไว้ 1 ปี