เอสแอนด์พีทบทวนแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐจาก "แง่ลบ" เป็น "มีเสถียรภาพ" ระบุแนวโน้มทางเศรษฐกิจและการคลังดีขึ้น
การปรับขึ้นแนวโน้มดังกล่าวหมายความว่ามีโอกาสไม่ถึง 1 ใน 3 ที่สหรัฐจะถูกลดความน่าเชื่อถือในช่วง 2 ปีข้างหน้า โดยเอสแอนด์พีระบุว่าปัจจัยหลักที่นำไปสู่การปรับขึ้นแนวโน้ม คือข้อตกลงในสภาเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะ "หน้าผาการคลัง"
ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2554 เอสแอนด์พีปรับลดความน่าเชื่อถือของสหรัฐจาก AAA ซึ่งเป็นระดับสูงสุด เหลือ AA+ (เอเอบวก) เพราะปัญหาทางการเมืองทำให้การเพิ่มเพดานหนี้ของประเทศต้องล่าช้าออกไป ขณะที่มูดีส์อินเวสเตอร์และฟิทช์เรตติงไม่ได้ปรับเปลี่ยนความน่าเชื่อถือของสหรัฐแต่จัดให้สหรัฐมีแนวโน้มแง่ลบ
กระทรวงการคลังสหรัฐ ซึ่งก่อนหน้านี้ระบุว่าการปรับลดอันดับของเอสแอนด์พีเป็นการเคลื่อนไหวที่ผิด ได้แสดงความยินดีกับการปรับเพิ่มอันดับล่าสุด พร้อมระบุว่ารัฐบาลยินดีที่เอสแอนด์พีตระหนักถึงความคืบหน้าในเศรษฐกิจสหรัฐและผลพวงทางการคลัง
เอสแอนด์พีคาดว่าการถกเถียงกันอีกเกี่ยวกับการเพิ่มเพดานหนี้ในปีนี้ จะไม่ส่งผลให้การใช้จ่ายต้องลดลงอีกอย่างเหนือความคาดหมาย อันจะส่งผลต่อการชำระหนี้ เพราะอันดับความน่าเชื่อถือในปัจจุบันได้สะท้อนถึงความสามารถที่น้อยลงของเจ้าหน้าที่สหรัฐ ในการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพื่อรับมือแรงกดดันทางการเงินสาธารณะ
อย่างไรก็ตาม ตลาดเงินไม่มีปฏิกริยามากนักกับข่าวการตัดสินใจของเอสแอนด์พีในครั้งนี้





